เศรษฐกิจประเทศไทย

2007-Jun-13 - ดัชนี “ด้อยพัฒนา” คอลัมน์ เหะหะพาที

ดัชนี “ด้อยพัฒนา” [13 มิ.ย. 50 - 16:08]

ขณะที่ผมนั่งรอจะเขียนต้นฉบับวันนี้ มีข่าวหึ่งมาตั้งแต่เช้าว่า วันนี้ อาจมีข่าวสำคัญจาก คตส. ขอให้ติดตามให้ดีๆ อาจจะมีการอายัด ทรัพย์นักการเมืองก็เป็นได้

เผอิญผมมีความจำเป็นจะต้องไปงานศพของพรรคพวกร่วมรุ่น วปรอ. รายหนึ่งไม่สามารถจะรอข่าวใหญ่ที่ว่านี้ได้

ขออนุญาตเขียนเรื่องอื่นๆไปพลางๆก่อนนะครับ เหตุการณ์จะเป็นฉันใด ค่อยว่ากันอีกที

มาว่าถึงเรื่องสนุกๆเกี่ยวกับการวัดระดับการพัฒนาประเทศก็แล้วกัน

เมื่อตอนที่ผมเรียนทฤษฎีว่าด้วยการพัฒนาประเทศ หรือการจัดอันดับว่าประเทศใดพัฒนาสูง ประเทศใดพัฒนาต่ำ ตอนแรกๆนั้น ตำราทุกเล่มจะยึดรายได้ ประชาชาติ หรือรายได้ต่อหัวเป็นหลักอย่างเดียว

ประเทศไหนที่ยังมีรายได้ต่อหัวต่ำ และยังไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนดไว้ เขาก็จะเรียกว่าประเทศด้อยพัฒนามาตั้งแต่ยุคโน้น

ต่อมาเห็นว่า คำว่าด้อยพัฒนาอาจจะเป็นคำพูดที่ออกในเชิงดูถูกดูหมิ่น เขาก็เลยเปลี่ยนเป็น “กำลังพัฒนา” เพื่อให้ไพเราะขึ้น

จากคำจำกัดความที่ว่านี้เอง ประเทศไทยเรา และประเทศเล็กๆในเอเชียหลายประเทศจึงเป็นประเทศกำลังพัฒนามาตั้งแต่ยุคโน้น

ประเทศหลายๆประเทศในเอเชียตะวันออกไกล ก็ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในประเภทกำลังพัฒนาเช่นเดียวกับเราด้วย โดยเฉพาะมาเลเซีย

แต่เมื่อสัก 10 ปีก่อน ทางมาเลเซียเขาออกประกาศเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลกว่า อีกสัก 15 ปี 20 ปีข้างหน้า ประเทศมาเลเซียจะเป็น ประเทศพัฒนาแล้ว

เหตุเพราะในห้วงเวลาดังกล่าวนั้น รายได้ของมาเลเซียจะขึ้นมาเท่ากับตัวเลขขั้นต่ำของประเทศพัฒนาแล้ว ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้

รัฐบาลไทยของเราใน พ.ศ.เดียวกันนั้น พอได้ยินมาเลเซียประกาศก็สั่งการมาให้สภาพัฒน์คำนวณว่า เราจะประกาศอย่างเขาได้หรือไม่

ถ้าได้ให้รีบแจ้งด่วน รัฐบาลจะได้ประกาศออกไปบ้างว่า เราก็จะเป็น ประเภทพัฒนาแล้วกับเขาเหมือนกัน

ผมไม่ได้ตามข่าวคราวหลังจากนั้น จึงไม่ทราบว่าสภาพัฒน์ตอบนายก-รัฐมนตรีไทยในยุคนั้นว่าอย่างไร

ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ก็เพียงเพื่อให้เห็นตัวอย่างว่า ยุคหนึ่ง สมัยหนึ่ง มักนิยมใช้รายได้ต่อหัวมาเป็นเครื่องวัดการพัฒนา

ต่อมาความนิยมของโลกแปรเปลี่ยนไป มีนักพัฒนาสังคมหลายท่านขอให้เน้นความสุขของมนุษย์ในด้านอื่นๆด้วย ไม่ใช่เรื่องเงินเรื่องเดียว

สูตรการวัดจึงมีดัชนีแห่งความสุขขึ้นมาแทน มีการเอาเรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องสังคม เรื่องชีวิตความเป็นอยู่มาวัดด้วยอีก 2-3 รายการ

ในช่วงที่ความคิดเรื่องจะใส่ตัวเลขอื่นๆลงไป ไม่ใช่ยึดแค่ตัวเลขรายได้ต่อหัวอย่างเดียวกำลังฮิตใหม่ๆนั้น ผมเคยไปร่วมสัมมนากับพรรคพวกที่สนใจเรื่องนี้ และคุยกันนอกรอบในวงอาหารคราวหนึ่งว่า

ตัวเลขที่จะช่วยวัดว่าประเทศใดพัฒนาแล้ว หรือด้อยพัฒนา ที่สำคัญอีกตัวเลขหนึ่งคือ ตัวเลขเกี่ยวกับความเชื่อถือในด้านไสยศาสตร์ หรือในสิ่งที่มองไม่เห็นต่างๆ

ประเทศพัฒนาแล้วที่มีรายได้สูง มักจะเป็นประเทศที่เชื่อมั่นในตัวเอง ไม่เชื่อโชคลาง ไม่เชื่อว่าจะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไหนมาบันดาลได้

ส่วนประเทศด้อยพัฒนาก็มักจะเชื่อถือโชคลางเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พึ่งหมอดู พึ่งคำทำนาย

จะเห็นได้จากกลุ่มที่ด้อยพัฒนามากๆอย่างในแอฟริกาเป็นต้น จะมีความเชื่อถือในเรื่องพ่อมด หมอผี มากกว่าประเทศไหนๆทั้งหมด

เรายังล้อกันว่า น่าจะมีการสร้าง “ดัชนีพ่อมดหมอผี” กับ “ดัชนีหมอดู” ขึ้นมาด้วย แล้วเอามาเป็นตัวคิดในเชิงเป็นตัวถ่วงกับดัชนีพัฒนาตัวอื่นๆ

เพราะจะทำให้สามารถวัดได้ว่าประเทศไหนพัฒนาจริง ประเทศไหนพัฒนาปลอม

ผมนั่งนึกย้อนหลังแล้วก็ดีใจที่คำพูดเหล่านี้เป็นเพียงเรื่องพูดคุยสนุกๆ ของนักวิชาการในวงกินข้าวเท่านั้น

ไม่มีใครสามารถเอาไปทำดัชนีได้อย่างจริงจัง จนถึงขั้นเอาไปคิดเป็นตัวเลขบ่งชี้ระดับการพัฒนาประเทศออกมาได้

ถ้าทำได้ประเทศไทยของเราก็คงจะต้องเป็นประเทศกำลังพัฒนา หรือด้อยพัฒนาไปตลอดกาล

เพราะล่วงมาถึงทุกวันนี้ แม้เราจะมีปัญหาลุ่มๆดอนๆสลับกันไปบ้าง แต่รายได้ทั้งส่วนรวมและรายได้ต่อหัวของเราก็เพิ่มขึ้นมาเป็นลำดับ

แต่ดัชนีความเชื่อหมอดู เชื่อเครื่องรางของขลัง เชื่ออาจารย์ เชื่อผู้วิเศษ ดูเหมือนจะหนักข้อขึ้นทุกวัน

มิหนำซ้ำคนที่เชื่อถือในเรื่องเหล่านี้ล้วนแต่เป็นบุคคลสำคัญของประเทศ ไม่ว่าภาครัฐบาลหรือภาคเอกชน ล้วนฝากชีวิตไว้กับอาจารย์ท่านโน้นท่านนี้ไปเสียทั้งนั้น

ใครเขาจะยอมให้ประเทศที่ผู้นำเชื่อหมอดู อย่างโจ่งแจ้งเป็นประเทศพัฒนาแล้วได้ล่ะครับ... ต่อให้รายได้ประชาชาติสูงปรี้ดแค่ไหนก็ตามทีเหอะ.

"ซูม"

               ที่มา นสพ.ไทยรัฐ

               ปีที่ 58 ฉบับที่ 18040 วันพุธ ที่ 13 มิถุนายน 2550

2007-Jun-13 - แสดงความคิดเห็น

Posted by เกษมศรี R3.495477302
โชคลางของขลังบางท่านที่เชื่อถือเกิดศรัทธาเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางใจ แต่ถ้างมงายเกินไปคงไม่ดีแน่ หลังจากที่ดิฉันได้ชมรายการตีสิบเมื่อวันที่ 12 มิย 50 ทางรายการได้เชิญพระมหาสมปองและท่านเจ้าอาวาสวัดที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ท่านได้กล่าวไว้ว่า คนส่วนใหญ่ห่างไกลวัดมีแต่คนเฒ่าคนแก่ที่จะใส่บาตร ถ้าเป็นวัยรุ่นอย่าหวังว่าจะได้ทำบุญ ถ้าไม่ใช่วันเกิด วันสำคัญ หรือดวงมีเคราะห์ ก็คงจะไม่ได้เห็นหรอก
Permanent Link

2007-Jun-13 - หมอดู

Posted by กรรณฑาทิพย์ R4 495418701
เรื่องบ้างเรื่องมันอาจจะมีจริง หรือไม่มีก็ได้ อ่ะ แต่สำหรับหนูน่ะ เชื่อเหมือนกัน แต่ไม่ได้เชื่อแบบหัว ไม่ขึ้นน่ะ ฟังหูไว้หูประมาณนั้นเลย โชคดีน่ะนี้ที่มีข่าวให้อ่านทุกวันนั้น ไม่เคยได้อ่านเลยวันๆๆ ไม่รู้อะไรกับชาวบ้านเลยนอกจากทำงานอย่างเดียว เย้ เย้
Permanent Link

2007-Jun-13 - หมอดู

Posted by กรรณฑาทิพย์ R4 495418701
เรื่องบ้างเรื่อง มันมีอะไรมากกว่านั้นอ่ะ อาจจะจริงก็ได้และไม่จริงก็ได้ ขึ้นอยู่ตัวบุคคลนั้น แต่ที่รุ้ๆๆอ่ะ ได้อ่านข่าวทุกวันเลยได้รู้อะไรมากขึ้น เย้ เย้ เย้ ฮา ฮา ขอบคุณค่ะ ได้มีความรู้มากขึ้น ดีกว่าทำงานอย่างเดียวเบื่อจะแย่
Permanent Link

2007-Jun-13 - ด้อยพัฒนา

Posted by มานพ R1 495418408
ถ้าเป็นอย่างที่ผู้เขียนว่ามา ประเทศไทยเราคงจะเป็นประเทศด้อยพัฒนาเพระขนาดผู้ใหญ่ในบ้านนี้เมืองนี้ยังเชื่อเรื่องหมอดู เชื่อโชคลางและยิ่งช่วงนี้มีสินค้า OTOP (One Temple One Produc) ออกมาทุกวัด
Permanent Link

2007-Jun-14 - แสดงความคิดเห็น

Posted by กรองแก้วR1.495418401
เรื่องอย่างนี้เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งอย่าไปงมงายมากนัก ไม่เชื่อก็อย่าไปลบหลู่ ตัวเราก็ต้องคิดตามไปด้วยแล้วกัน
Permanent Link

2007-Jun-15 - ดัชนีด้อยพัฒนาคอลัมน์เหะหะพาที

Posted by ฐิติรัชต์ R2 495418510
ดัชนีพ่อมดหมอผีกับดีชนีหมอดูเป็นเรื่องงมงายไม่น่าเชื่อถือ ซึ่งการที่ประเทศไทยจะฝากชีวิตของประเทศไว้กับหมอดูหรือหมอผีเป็นที่เรื่องที่ไร้สาระ รัฐบาลควรหาวิธีการหรือมาตรการในการแก้ไขปัญหาประเทศให้พ้นจากวิกฤตด้วยวิธิอื่นน่าจะเป็นการดีกว่า
Permanent Link

2007-Jun-15 - ดัชนี "ด้อยพัฒนา " คอลัมน์ เหะหะพาที

Posted by นางศรีสุดา R4 495418717
ประเทศจะดูว่าพัฒนาหรือไม่พัฒนา ดูที่รายได้ประชาชาติ ไม่ได้ดูที่ จากการดูหมอดู หรือจากไสยศาสตร์ การที่ผู้นำเชื่อทางด้านหมอดู เชื่อทางไสยศาสตร์ จะทำให้ประเทศชาติเจริญและพัฒนาขึ้นได้อย่างไร จะทำให้บ้านเมืองย่ำแย่ ส่วนมากหมอดูก็ไม่มีการศึกษาและไม่ได้จบปริญญาโทด้วย
Permanent Link

2007-Jun-15 - ดัชนี"ด้อยพัฒนา" คอมลัมน์ เหะหะพาที

Posted by ศรีไพร R4 495418726
ประเทศใดจะเป็นประเทศที่พัฒนาหรือไม่พัฒนา ควรดูที่รายได้ของประเทศนั้นๆ ไม่ใช้หลงเชื่อจากการดูหมอดู หรือเชื่อเรื่องโชคลาง หลงเชื่องมงายไม่น่าเชื่อถือ ในการที่ประเทศไทยเป็นประเทศที่ด้อยพัฒนาเพระรัฐบาลไม่พัฒนาประเทศมากกว่า
Permanent Link

2007-Jun-16 - ดัชนี "ด้อยพัฒนา " คอลัมน์ เหะหะพาที

Posted by วัลวดี R3 495477322
ประเทศที่พัฒนาได้นั้นไมได้อยู่ที่เรื่องไสยศาสตร์หรือโชคลาง สิ่งหล่าวนี้เป็นสิ่งที่ยึดเหนี่ยวขอ
ผู้ที่ไม่มีที่ผึ่งทางจิตใจแต่ก็ใช่ว่าจะลบหลู่นะ อยู่ที่จิจใจของแต่ละคน ประเทศชาติจะพัฒนาหรือไม่หน้าจะอยู่ที่ผู้นำประเทศ
Permanent Link

2007-Jun-18 - ไม่มีหัวข้อแสดงความคิดเห็น

Posted by เศสุดา.R2.495418502
หากมีดัชนีหมอดูเกิดขึ้นจริงและเป็นตัวชี้วัดความเจริญของประเทศแล้วล่ะก็...ประเทศไทยคงหนีไม่พ้นอันดับต้นๆ แต่ในเรื่องของความเชื่อความศรัทธา โดยรวมแล้วไม่ควรนำมาเกี่ยวข้องกับการชี้วัดการพัฒนาของประเทศแต่อย่างใด เพราะตัวชี้วัดที่ควรจะเป็นคือเรื่องปากท้องของประชาชนมากกว่าว่าอยู่ดีกินดี อิ่มปากอิ่มท้องหรือไม่มากกว่า
Permanent Link

2007-Jun-18 - ดัชนีด้อยพัฒนา

Posted by รัตนา R1.495418410
การที่ประเทศจะอยู่ในช่วงกำลังพัฒนาหรือพัฒนาแล้ว ควรขึ้นอยู่กับความรู้และความสามารถของผู้นำที่จะมาบริหารประเทศว่ามีความรู้มากแค่ไหนในการพัฒนาประเทศไม่ใช่ขึ้นอยู่กับพ่อมดหมอผีหรือหมอดู เพราะมันคงไม่ทำให้ประเทศพัฒนาได้ ทั้งนี้คนในประเทศรู้รักสามัคคีด้วยเพื่อนำพาประเทศให้เจริญ
Permanent Link

2007-Jun-19 - ดัชนี “ด้อยพัฒนา” คอลัมน์ เหะหะพาที

Posted by อานุ R.2 495418524
เศรษฐกิจของประเทศไทยเคยได้ยินมาจนติดหูว่าเป็น“ประเทศกำลังพัฒนา” จำประมาณได้ว่าเริ่มตั้งแต่หลังประเทศญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งประเทศญี่ปุ่นต้องประสพปัญหาเศรษฐกิจโดยต้องชดใช้ผลจากการก่อสงคราม ผ่านจนถึงปัจจุบันประเทศญี่ปุ่นฟื้นตัวหลังจากใช้หนี้นานาประเทศหมด และข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจรุ่งเรื่องแต่สำหรับประเทศไทยที่ซึ่งทรัพยากรณ์เหนือกว่าประเทศญี่ปุ่นมาก และมีความเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติน้อยกว่าแต่ก็ยังไม่พ้น “ประเทศกำลังพัฒนา” ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะพัฒนาแล้วเสร็จเข้าสู่ ภาวะเศรษฐกิจรุ่งเรีอง รัฐบาลน่าจะถือเอาเป็นกรณีศึกษา และนำส่วนดีที่เกิดประโยชน์มาประยุกต์ ตัวอย่างจากแนวคิดของผู้เขียนอย่างเช่น คนญี่ปุ่นปลูกฝังให้รักประเทศอย่างจริงใจ บริสุทธิใจ เสียสละประโยชน์ส่วนตน เพื่อส่วนร่วมและประเทศชาติ โดยปลูกฝังเริ่มตั้งแต่เด็ก และเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม ต่างจากคนไทย เด็กไทย ปัจจุบันยังหลงทางอยู่ในวังวนของความเจริญด้านสังคม วัฒนธรรมยุคโลกาภิวัตน์ โดยยึดเอาแบบอย่างด้านมืดมา สาเหตุหนึ่งจากผู้ใหญ่ในบ้านเมือง และรัฐบาลไม่มีความจริงใจกับการเข้ามาให้ความรู้แนะนำป้องกันดูแล และหาทางแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง และทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดี แต่ตรงกันข้ามกลับมีเรื่องที่ไม่ดีไม่ควรประพฤติออกมาให้สังคมรับรู้อยู่ตลอด ก็ยังไม่มีความละอายแก่ใจ ถือได้ว่าขาดจริยธรรม ขาดคุณธรรม ไม่ถือกฎหมายในมาตรฐานเดียวกัน แม้กระทั่งการแสดงออกทางความเชื่อหลงงมงายทางไศยศาสตร์ เชื่อถือโชคลางเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พึ่งหมอดู พึ่งคำทำนายแล้วจะให้เด็กไทยได้รับการปลูกสิ่งที่ดีๆ ได้อย่างไร ผู้เขียนมีความเห็นว่าปัญหาเศรษฐกิจของประเทศต้องเริ่มแก้ทางด้านจิตใจ ความคิด ก่อนเป็นอันดับแรก
Permanent Link

2007-Jun-19 - ดัชนี ด้อยพัฒนา

Posted by อุทัย R 3 495477319
ดัชนีชี้วัดการที่จะเป็นประเทศด้อยพัฒนาหรือพัฒนาแล้วนั้น อยู่กับรายได้ สิ่งแวดล้อม สังมค เป็นตัวชี้วัดดังนั้นประเทศใดก็ตามที่เข้าข่ายก็จะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่ไทยเรานั้นขณะนี้รายได้ก็ตำอยู่แล้ว อีกทั้งบ้านเมืองยังไม่สงบอีก ทำให้ประชาชนหันไปพี่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แล้วไทยเราจะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วได้อย่างไร
Permanent Link

2007-Jun-21 - ดัชนี “ด้อยพัฒนา

Posted by ภัคจิรา R3. 495477308
ประเทศไทยตอนนี้ก็ยังเป็นประเทศที่ยังพัฒนา ถึงจะเอาเกรณ์ของความสุขของประชาชนเป็นหลัก ประเทศไทยก็ยังคงไม่เข้าข่ายอยู่ดี เพราะมีเรื่องต้องให้เครียดในแต่ละวันที่เห็นกันตามในหนังสือพิมพ์ ทั้งยังมีเรื่องเศรษฐกิจที่่ให้แต่ละครอบครัวต้องคิดอีก จากที่เคยฟังข่าวสารมาประเทศภูฏานเป็นประเทศที่ผระชาชนมีความสุข และก่อนหน้านี้ก็มีรายการเรื่องจริงผ่านจอนำเอาประเทศที่ประชากรมีความสุขมากที่สุดในโลกมาให้ดูเหมือนกัน แต่จำไม่ได้แล้วว่าชื่ออะไร เพราะชื่อไม่คุ้นเลย แต่ประเทศของเขาประชาชนจะเป็นคนผิวดำอยู่ติดกับทะเลเป็นหมู่เกาะเล็ก ๆ และยังมีเครื่องอุปโภค บริโภคจากประเทศไทยไปขายที่นั่นด้วย เช่น นำปลายทิพย์รส บ้านเรา่ขวดละ 23 บาท แต่ที่โน้นขายเป็น 3 เท่าของบ้านเราและดูจากการใช้ชีวิตของประชาชนที่นั่นก็ดูเขามีความสุขดี ไม่มีเรื่องให้ฟุ้มเฟ้อเท่าไหร่ แต่เค้าก็มีสนามบินนะ แต่เป็นสนามบินเล็ก ๆ ในส่วนของเครื่องลางของขังล์นั้นตอนนี้จาตุคามก็ดูจะบูมมาก ๆ เลย และก็ยังมีบุคคลดัง ๆ ระดับประเทศ และดารานักร้องที่ออกข่าวในโทรทัศน์ให้เห็นถึงการทำจาตุคาม ทำให้เป็นแบบอย่างที่ไม่ดีให้กับเยาวชน ทำให้ทุกคนที่เชื่อเรื่องจาตุคาม หรือเพิ่งเริ่มเชื่อก็คิดเป็นจริงได้ทันที และยังจากสื่อต่าง ๆ ที่มีภาพให้ดูอีกทำให้จาตุคามดังมาก คนเลยหลงกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์นี้มาก ถ้าจะจัดอันดับเอาความเชื่อทางไศยศาสตร์มาทำเป็นดัชนี ประเทศเราก็คงจะมีประเซ็นต์มากอยู่เหมือนกัน
Permanent Link

2007-Jun-21 - ด้อยพัฒนา

Posted by ทยิตา R3.495477321
การพัฒนาประเทศไม่ใช่เรื่องที่ขึ้นอยู่กับความเชื่อทางไสยศาสตร์แต่เป็นที่สติปัญญาคนมากกว่า จะเจริญได้ก็ต้องสมองคน ไม่ใช่สมองหมอดู แต่เรื่องแบบนี้ก็อย่าลบลู่ ขอให้เชื่อหู ไว้หู
Permanent Link

2007-Jun-22 - ดัชนี ด้อยพัฒนา

Posted by ธวัชชัย R 3 495477306
ไม่ว่าจะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วหรือด้อยพัฒนา ก็ล้วนแต่เป็นคนทั้งสิ้น ไม่ว่าเขาจะงมงายในสิ่งใดก็ตามก็เป็นสิทธิ์ของเขา ไม่เชื่ออย่าลบหลู่
Permanent Link

2007-Jun-29 - ดัชนี"ด้อยพัฒนา"คอลัมน์ เหหะพาที

Posted by อำพันทร์พร R3 418481549
จากที่อ่านมาหนูเห็นว่าประเทศไทยน่าจะยึดแบบประเทศอื่นที่พัฒนาแล้วจริงๆเพราะคนไทยมักเชื่อในเรื่องโชคลางไม่ค่อยที่จะกล้าลงมือทำเองไม่เชื่อมั่นในตนเอง การงานทุกอย่างถ้าไม่ทำก็ไม่เกิดผล ความเพียรพยายามในการสร้างเศรษฐกิจเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งจริงๆเช่นถ้าเราไม่ทำงานเราก็ไม่ได้เงินเดือนจะรอให้ถูกหวยรอลุ้นโชคเพียงอย่างเดียวคงอีกนานหรืออาจจะไม่มีวันนั้นเลยก็ได้
Permanent Link

2007-Jun-30 - ดัชนี "ด้อยพัฒนา"

Posted by ภัทรภร R2 495418518
น่าจะมีดัชนีคุณธรรม เป็นตัวชี้วัดว่าประเทศไหนพัฒนาหรือด้อยพัฒนา มากกว่า ประเทศไหนมีตัวเลขรายได้ประชาชาติมาก แต่มีสถิติการก่ออาชญากรรม การคอรัปชั่น สูงน่าจะจัดเป็นประเทศด้อยพัฒนามากกว่า ที่เป็นเช่นนี้เพราะเราตีค่าทุกอย่างเป็นตัวเลขบ้าง ตัวเงินบ้าง จึงต้องทำทุกอย่างเพื่อหาเงินมาเสพ มาบริโภคกันเข้าไป โดยไม่คำนึงถึงคุณธรรม จริยธรรม มีเท่าไรไม่รู้จักพอ คนเราวันหนึ่งจะกินจะใช้ได้สักเท่าไร ก็แค่อิ่ม ส่วนดัชนีหมอดูที่ว่า ประเทศไทยขณะนี้ดัชนีหมอดูสูงปรี๊ดไม่เว้นแม้แต่คนระดับผู้บริหารประเทศ ก็เป็นซะอย่างนี้คนระดับรากหญ้าอย่างเราจะไปพึ่งใครได้เล่า มองอนาคตประเทศไทยก็ยังไม่เห็นแสงสว่างมีแต่ความคลุมเครือ ก็ต้องหันไปพึ่งหมอดูบ้าง ท่านจตุคามบ้าง แล้วแต่ระดับสติปัญญาและวิจารณญาณของแต่ละคนก็น่าเห็นใจล่ะนะอาจารย์ เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้
Permanent Link

2007-Jul-1 - รัชนี R.2.495418520

Posted by Anonymous
การเชื่อโชคลางเป็นเรื่องส่วนตัวของบางคนแต่ไม่ควรนำมาใช้กับประเทศ ทักษิณก็เป็นอีกท่านหนึ่งที่เชื่อ โดยไม่มองว่าประเทศไทยไม่ใช่ของทักษิณ การที่คิดจะบริหารโดยใช้โชคลางก็จะได้ผลลัพธ์เหมือนที่ทักษิณได้รับผลกรรมอยู่ตอนนี้
Permanent Link

2007-Jul-7 - ดัชนี "ด้อยพัฒนา" คอลัมน์ เหะหะพาที

Posted by นายกิตติ แสงภู r3 495477301
ผมว่าประเทศจะเป็นประเทศที่ พัฒนาแล้ว หรือ เป็นประเทศที่กำลังพัฒนา นั้นขึ้นอยู่กับผู้นำมากว่าว่าจะมีนโยบายในการพัฒนาอย่างไรมากกว่า ผู้นำดี ประเทศก็จะดีตาม แต่หากผู้นำไม่ดี ประเทศจะดีได้อย่างไร
Permanent Link

<- Last Page • Next Page ->

About Me

เศรษฐกิจไทยในวันนี้ จะไปทางไหน ใครตอบได้ แนวคิด weblog นี้ เพื่อจะรวบรวมข้อมูล ข่าวสาร บทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจของประเทศไทย เพื่อเผยแผ่ และร่วมกันแสดงความเห็นทั่วไปในทางเศรษฐศาสตร์

Blog Statistics
(total loads/total visitors/today visitors)

Internet Providers Home Security

Recent Posts

• ธปท.กังวลเงินเฟ้อรอบ 2
• เชื่อฤกษ์เชื่อดาว ทางพุทธคือคนโง่
• ยกเลิกมาตรการกันสำรอง 30% “ษา” ถอยแต่ยังคาดอกเบี้ย-หวั่นเงินบาทแข็งต่อ
• เปิดยุทธศาสตร์ฟื้นฟูประเทศ ชงประชานิยมสูตรพิเศษดันจีดีพีโต 6%
• รับวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ลามข้ามโลก!
• 'ธาริษา' ยอมลดดอกเบี้ยกระตุ้น
• เตรียมตัวรับวิกฤติโลก
• ฝรั่งทิ้งหุ้นไทยแสนล. + โดมิโนเศรษฐกิจเริ่มแล้ว /ไวรัสซับไพรม์ลามโลก / จอร์จ โซโรส ชี้สุดเลวร้าย
• ปฎิบัติการจัดตั้งทีวีสาธารณะ 'คร่า' จริยธรรมสนองเจตนารมณ์ซ่อนเร้น
• วีรบุรุษหลงสนาม จาก ทีมข่าวเศรษฐกิจ นสพ.ไทยรัฐ
• ศาลฯ สั่งไม่เพิกถอนหุ้น ปตท.จากตลาด ส่วนที่ดิน-ท่อกาซ-ท่อน้ำมัน โอนคืนแผ่นดิน
• เสียดายเวลา
• ความเห็นสะท้อน จาก คอลัมน์ ศักดินาเพื่อนนายกฯ
• การ์ตูน...เกี่ยวกับความดี...ที่สะท้อนสภาพเศรษฐกิจประเทศไทยในปัจจุบัน
• เอาประชานิยม…แต่ต้องเพิ่มภาษี
• ผ่า!นโยบายเศรษฐกิจ กากบาทผิด ชีวิตคนไทยเอวัง
• ปู่ห้าว" จวกนโยบายราคารถไฟฟ้า 15 บาทตลอดสาย เพ้อเจ้อ!
• นโยบายสำหรับเศรษฐกิจไทย : เพิ่ม “การผลิต” ไม่ใช่เพียง เพิ่ม “เงิน” ง่ายๆ
• ค่าครองชีพพุ่ง เหลียวหลังแลหน้า ประชาชนจะพึ่งใคร
• ชำแหละไส้ใน “พ.ร.บ.เงินตรา” ธปท. ซ่อนเงื่อนใช้เงิน “คลังหลวง” ล้างขาดทุน
• 1 ปี เศรษฐกิจไทยกับรัฐประหาร ประเทศชาติได้อะไร?
• บินไทยกระอักเซ่นนโยบายรัฐ
• หนี้เน่ากระฉูด4แสนล.
• หนี้เน่าไตรมาส 2 เพิ่ม 9.7 หมื่นล. ภาคอุตสาหกรรมแบกหนักสุด
• แฉความจริงเศรษฐกิจไทย เตือน "ขิงแก่" เร่งเยียวยาก่อนพังพาบ
• อายเวียดนาม
• เอกชนสุดทนผลงาน “โฆสิต” ดัชนีเชื่อมั่นอุตสาหกรรมทรุดต่ำสุดในรอบ 4 ปี
• "ความรู้" ที่ท่านอาจจะ "ยังไม่รู้"
• ความเชื่อ - แนวคิด - เศรษฐกิจ - การพัฒนาชาติ
• ปชป.ทันสมัย ขาย นาฬิกาจตุคาม ????
• จตุคามํ สรณํ คจฺฉามิ ...?
• ว.วชิรเมธี : จตุคามรามเทพ
• 10 ปีผ่านไปมีอะไรเปลี่ยนแปลง?
• ทุนสำรองระหว่างประเทศ เกินพอดี อันตราย
• ส่งออกพังพาบจ่อเลิกกิจการ สัญญาณร้ายชำระหนี้ มีปัญหา
• สิ่งทอระบุปิดรง.แล้ว 200 แห่ง
• ปฏิบัติการบริหารรถไฟฟ้า ถึงเวลารัฐบาลเปิดเกมรุกรวบอำนาจ
• เตือนรัฐอย่าฝืนบิดเบือนตลาด
• พิษบาทแข็งดันนำเข้าฟุ่มเฟือยพุ่ง
• รง.การ์เม้นต์พ่ายพิษบาทแข็ง +ปิดกิจการแล้วกว่า 100 โรง/ส่งออกไตรมาสแรกต่ำสุดรอบ 20 ปี
• รถ TATA ในอนาคต 2
• รถ TATA ในอนาคต
• นโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจ: จาก Keynes ถึง Krugman
• แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับ 8 , 9 , 10
• รายชื่อรัฐวิสาหกิจ
• รายชื่อกระทรวงของประเทศไทย
• บริษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน
• สถาบันการเงินพิเศษของรัฐ
• ธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศ
• จำนวนสถาบันการเงินและบริษัทที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน
• อัดฉีดอีโคคาร์แต่วางเงื่อนไขสุดหิน
• จี้เลิกดั้นเมฆดีเซลรางลอยฟ้า สป.ชี้มีแต่สูญ มหาศาลด้านรัฐยังหวังอ้อนเจบิค
• มาลงทุนในตัวเองกันเถอะ
• สหพัฒน์” กุมขมับ คาดรายได้ทั้งเครือหาย 6.5 พันล้าน
• รถไฟฟ้ายิ่งทำยิ่งมั่ว
• ดัชนี “ด้อยพัฒนา” คอลัมน์ เหะหะพาที
• เหล็กซิลิคอนขู่ย้ายฐานลงทุน
• ห่วงคนจนรายได้ต่ำรสนิยมสูง ถลุงเงินกินเหล้า 3.8 หมื่นล้าน
• 'การเมือง' ฉุดยอดขายสินค้าวูบ 'อำพน' เผยคน ไทยไม่มีกะใจเดินจับจ่ายใช้สอย
• “สุวรรณภูมิ” กับวาระซ่อนเร้น กว่าถั่วจะสุก...งา (ทอท.) ก็ไหม้เสียก่อน
• ปลอบประโลมคนใช้รถ ปตท.ลดราคาน้ำมัน40สต.
• อสังหาริมทรัพย์ซึมยาว
• ไร้เดียงสา บ่อนทำลายเศรษฐกิจ
• รวมการ์ตูน จากนสพ.ไทยรัฐ
• การ์ตูนจากไทยรัฐ 28-5-50
• การ์ตูนจาก ไทยรัฐ 29-5-50
• ธุรกิจท่องเที่ยวภาคใต้ซึมยาว ระเบิดซ้ำซากฉุด ดัชนีอุตสาหกรรมทรุดหนัก
• การเมืองป่วนการบริโภคซบฉุดเศรษฐกิจดิ่ง หนุน นักธุรกิจไทยโกยเงินนอก
• เจบิกชะลอปล่อยกู้รถไฟสายสีม่วง
• องค์จตุคามฯมาทันเวลา คอลัมน์ สามัญสำนึก
• รัฐบาลฟันธงปีนี้จีดีพีโต 4% ส่งสัญญาณ "ได้แค่นี้ก็ดีแล้ว"
• สุวรรณภูมิจ่อชวดฮับ"คาเธ่ย์"ย้ายซบสิงคโปร์
• ตั้ง200คนซี7ดรีมทีมรีดภาษี
• คลิก! กลยุทธ์กระตุ้นกำลังซื้อ ฝ่ามรสุมเศรษฐกิจ
• รง.การ์เม้นต์พ่ายพิษบาทแข็ง +ปิดกิจการแล้วกว่า 100 โรง/ส่งออกไตรมาสแรกต่ำสุดรอบ 20 ปี
• หวั่น “ยุบพรรค” ทำเศรษฐกิจช็อก สอท.ผวาบานปลาย ดับไม่ได้กู่ไม่กลับแน่
• พลังงานยันเอาอยู่ปัญหาราคาน้ำมัน
• ฟ้องศาลน้ำมันแพง ใครกำไรใครขาดทุน
• เมื่อรถไฟฟ้ากลายเป็นรถดีเซลราง
• พรุ่งนี้มีคำตอบ
• น้ำมันแพงฉุดเศรษฐกิจฟื้นจำกัด รอรัฐบาลหน้า-ประชาชนระทม
• คนไทยหนี้นอกระบบท่วมหัว เศรษฐกิจบักโกรกรายได้ไม่พอใช้ต้องกู้ซื้อสินค้ายังชีพ
• ภูฏาน-ดัชนีความสุขเริ่มหายไป
• บริษัทใหม่วูบ 20.76% - รับเหมาเจ๊ง
• พิษเศรษฐกิจคนไทยเงินขาดมือ
• รายได้ขาดมือเหตุก่อหนี้เพิ่ม หอการค้าไม่เครียด ให้คะแนนผลงานขิงแก่ 7:10
• คลังเพิ่มขาดดุลงบประมาณปี51 ชงขุนคลังเคาะ 4.5-5หมื่นล้าน งบลงทุนถูกโยกเป็นงบลับทหาร
• ระวังบ้านเมืองพัง ทรงเตือน คลี่วิกฤติยุบพรรค [25 พ.ค. 50 - 02:47]
• ฐานะการคลังส่อวิกฤต ยอมรับ 7 เดือนแรกปีงบ 50 ขาดดุลเงินสดกว่า 2.17 แสนล้านบาท
• เศรษฐกิจพอเพียง เพียงพอต่อการบริหารประเทศ จริงหรือ?

Friends