เศรษฐกิจประเทศไทย

2007-Jun-15 - สหพัฒน์” กุมขมับ คาดรายได้ทั้งเครือหาย 6.5 พันล้าน

 

ประธานเครือสหพัฒน์ ชี้ เศรษฐกิจปี 2550 เข้าขั้นวิกฤตหนักยิ่งกว่ายุคฟองสบู่แตก ปี 2540 คาดจีดีพีส่อเค้าอาจติดลบครั้งแรกรอบ 20 ปี ตลาดอุปโภคบริโภค สินค้าแฟชั่นยอดขายวูบ รากหญ้ากำลังซื้อหาย “สหพัฒน์” ชูนโยบาย “Minus Marketing” ตั้งผลประกอบการติดลบ 5% ครั้งแรกในรอบกว่า 60 ปี แนะรัฐเร่งจัดการเลือกตั้ง แก้ปัญหาเศรษฐกิจมากกว่าการเมือง หวังอีกครึ่งภาวะเศรษฐกิจฟื้น
       
       นายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา  ประธานเครือสหพัฒน์ เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจประเทศไทยปีนี้ เกิดวิกฤตหนักมากเมื่อเทียบกับวิกฤตเศรษฐกิจ ปี 2540 แม้ว่าภาครัฐจะประมาณการณ์ว่าปีนี้จีดีพีหรือผลิตภัณฑ์มวลรวมจะมีอัตราการเติบโต 4% ก็ตาม แต่ในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจประมาณการว่า จีดีพีอาจจะติดลบครั้งแรกในรอบ 20 ปี เนื่องจากปัจจัยลบรุมเร้า อาทิ สถานการณ์การเมืองที่ไม่นิ่งทำให้เศรษฐกิจไม่ขับเคลื่อน ประกอบกับค่าเงินบาทที่แข็งค่า ส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออก โดยเฉพาะราคาสินค้าเกษตรจำหน่ายได้ราคาต่ำ ซึ่งปกติภาคเกษตรกรรมเป็นอาชีพหลักของคนไทยระดับรากหญ้า และเป็นฐานประชากรที่มีมากในประเทศ
       
       สิ่งที่ภาครัฐต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน คือ การแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจเป็นหลัก มากกว่าจะมาแก้ปัญหาด้านการเมือง โดยเฉพาะอัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่า ให้อ่อนตัวลงต่ำกว่า 37 บาทต่อดอลล่าร์สหรัฐฯ รวมถึงลดอัตราดอกเบี้ย อีกทั้งภาครัฐควรพิจารณาว่า จะนำมาตรการใดกระตุ้นเศรษฐกิจ วิธีที่ดีที่สุด คือ ทำให้มีการเลือกตั้ง เพราะขณะนี้พบว่าอำนาจการซื้อลดลงอย่างมาก อัตราการบริโภคทุกอย่างลดลงทั้งหมด โดยสินค้าบริโภคไม่ได้รับผลกระทบมากนัก ส่วนสินค้าอุปโภคหรือสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำได้รับผลกระทบบ้าง ขณะที่สินค้าที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ กลุ่มเสื้อผ้า เครื่องสำอาง
       
       “มาตรการที่ภาครัฐนำมาใช้ทำไม่ถูกจังหวะ อย่างมาตรการลดอัตราดอกเบี้ย เป็นกลยุทธ์การกระตุ้นเศรษฐกิจที่ช้ามาก ซึ่งถ้าภาครัฐแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด ประมาณครึ่งปีทิศทางเศรษฐกิจน่าจะกลับมาดีขึ้น สำหรับในฐานะนักธุรกิจคนไทย อยากให้มีการเลือกตั้งให้เร็วที่สุด และรอรัฐบาลชุดใหม่มาดำเนินการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ส่วนบุคคลที่เข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จะต้องเป็นผู้บริหารประเทศชาติให้ก้าวหน้า มากกว่าเป็นการบริหารเพื่อครอบครัวและเครือญาติ เพราะขณะนี้ต้องผจญกับคู่แข่งที่น่ากลัว อย่างเวียดนาม ซึ่งคาดว่าจะเป็นประเทศที่มาแรงและน่ากลัวกว่าประเทศจีน”
       
       เครือสหพัฒน์ชี้สิ้นปีรายได้ติดลบ
       นายบุณยสิทธิ์ กล่าวว่า บริษัทสหพัฒน์ทั้งเครือ ได้นำกลยุทธ์ “Minus Marketing” หรือการมีผลประกอบการที่ติดลบ 5% เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 60 ปี หรือตั้งแต่เครือสหพัฒน์ก่อตั้งขึ้นมา (ประเมินจาก 5% จากรายได้รวมปีที่แล้ว 1.3 แสนล้านบาท เท่ากับหายไป 6.5 พันล้านบาท) โดยปรกติกลุ่มสหพัฒน์จะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 10% ทุกปี ซึ่งปีที่ผ่านมามีรายได้ 1.3 แสนล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 บริษัทดำเนินกลยุทธ์ “Zero Marketing” หรือการมีผลประกอบทรงตัวไม่มีอัตราการเติบโต
       
       ขณะที่บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) กลุ่มเสื้อผ้าคิดเป็นสัดส่วน 10% ยอดขายรวม ในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมายอดขายลดลง 20-30% นับเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งแรกในรอบ 20 ปี ทั้งนี้ เป็นเพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคไทย มีความระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอย สอดคล้องกับการดัชนีชี้วัดของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาม่า โดยในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโต 10%
       
       ลงทุนระมัดระวังปีหน้าโตในเชิงบวก
       สำหรับปีนี้ด้านการลงทุนบริษัทลดลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยลงทุนเฉพาะค่าเสื่อมเท่านั้น แต่บริษัทไม่ได้ชะลอการลงทุน เพราะมองว่าไทยยังเป็นประเทศที่มีศักยภาพ ล่าสุด ในงาน “Saha Group Export & Trade Exhibition” ได้เซ็นสัญญาร่วมทุนกับประเทศต่างๆ ในแถบเอเชีย อาทิ เวียดนาม  กัมพูชา อินเดีย สำหรับภายในงานปีนี้เน้นคอนเซปต์ “Innovation to the world” จำหน่ายเครื่องสำอาง เครื่องหนัง สิ่งทอ รองเท้า เครื่องใช้ภายในบ้าน เสื้อผ้า อาหารและเครื่องดื่ม และสินค้าเบ็ดเตล็ด ลดราคาถึง 30% เพื่อรองรับกับกำลังการซื้อของผู้บริโภคที่ลดลง
       
       โดยงานเริ่มระหว่างวันที่ 29 มิ.ย.-1 ก.ค.นี้ ที่ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  คาดว่า จะมีประชาชนสนใจร่วมงานกว่า 3 แสนคน อย่างไรก็ตาม หากภาครัฐมีมาตรกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง คาดว่า ในปีหน้านี้เครือสหพัฒน์จะกลับมามีผลประกอบการในเชิงบวกอีกครั้ง
       
       ไอ.ซี.ซี.อัดกิจกรรมดันยอดโต 10%
       นายบุญเกียรติ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ในเครือสหพัฒน์ ผู้ดำเนินธุรกิจเครื่องแต่งกาย ลาคอส เครื่องสำอางบีเอสซี ฯลฯ เปิดเผยว่า ในช่วง 5 เดือนแรกที่ผ่านมาบริษัทฯมียอดขายต่ำกว่าเป้า 5-6% ต่ำที่สุดรอบใน 10 ปี สาเหตุเนื่องมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอผสมผสานกับการเมืองที่ชะลอตัว ที่เกิดขึ้นจึงส่งผลให้ยอดตกต่ำลงไป ทำให้บริษัทจำเป็นต้องทำตลาดด้วยการทำกิจกรรมส่งเสริมการขาย ใช้งบกระตุ้นตลาดมากขึ้น รวมทั้งการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆเข้ามาทำตลาดอยู่เสมอแต่ในขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้
       
       ทั้งนี้ บริษัทยอมรับว่าต้องปรับเป้ายอดขายทั้งปี เมื่อดูจากตัวเลขในช่วงต้นปี การทำตลาดน่าจะยากขึ้น เดิมที่ตั้งการเติบโตไว้ที่ 15% จากยอดขายปีที่ผ่านมาที่ทำได้ 13,500 ล้านบาท ถ้าการเติบโตสามารถทำได้ 10% ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว ซึ่งตรงจุดนี้บริษัทเชื่อว่าจะทำได้อยู่เนื่องจากว่าช่วงครึ่งปีหลัง หลังจากที่จบคดียุบพรรค ความชัดเจนทางการเมืองเริ่มมีความชัดเจนขึ้น การลงทุนมีการขยับขยายตัว ส่งต่อให้เศรษฐกิจอาจดีขึ้นอยู่บ้าง

 

โดย ผู้จัดการออนไลน์

 

5 มิถุนายน 2550 10:32 น.




2007-Jun-16 - คาดหวังมาก ๆกับการเลือกตั้ง

Posted by วัชรินทร์ R1 495418416
เอาหล่ะใกล้เขามาทุกทีแล้วสำหรับการเลือกตั้งครั้งใหม่ก็หวังว่ารัฐบาลชุดใหม่นี้จะแก้ไขสถานการณ์ได้ทันท่วงทีแต่ก็ยังดีใจนะว่านโยบายทางการเงินในการลดอัตราดอกเบี้ยจะมีขึ้นในเร็ว ๆวันนี้อย่างน้อยก็ช่วยให้ยอดเงินต้นที่ชำระหนี้เงินกู้ยอดเพิ่มขึ้นหน่อยหนึ่งล่ะอย่างน้อยจะได้อุ่นใจว่าคงไม่ต้องเป็นหนี้ไปจนวันตาย
Permanent Link

2007-Jun-17 - สหพัฒน์

Posted by สมใจ R1 495418434
นโยบายการเงินคงต้องเข้ามาช่วยลดดอกเบี้ยเพิ่มลูกหนี้จะได้จ่ายเงินต้นมากขึ้น
Permanent Link

2007-Jun-18 - สหพัฒ เจ๊ง

Posted by Anonymous
พงษ์ลดา R4 8707
ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นบริษัท หรือ ราษฏรทั่วไป ก็ตกอยู่ในภาวะเหมือนๆ กัน คือ อืดๆ ก็ขอให้อดใจรอการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง อีกไม่กี่เดือน ยิ่งออกมาเดินขบวนก็ยิ่งทำให้บ้านเมืองเราวุ่นว่าย ไม่หยุดนิ่งกันเสียที่ แล้วรัฐบาลจะเอาเวลาที่ไหนมาดูแล เศรษฐกิจ บ้านเมืองเราก็เป็นแบบนี้เวลาไม่ได้อย่างใจก็ปลุกม๊อบมาป่วน เพียงหวังประโยชน์ของตนฝ่ายเดียวใครจะฉิบ.....ก็ช่าง
Permanent Link

2007-Jun-18 - ไม่มีหัวข้อแสดงความคิดเห็น

Posted by เกศสุดา.R2.495418502
ความชัดเจนทางการเมืองที่เกิดขึ้น อย่างน้อยก็ช่วยให้นักลงทุนได้มั่นใจขึ้นบ้างว่าแนวโน้มการลงทุนจะเป็นไปในทิศทางใด ส่วนการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ยังคงต้องใช้นโยบายต่างๆอีกมากมาย ซึ่งต้องค่อยๆแก้ไขต่อไป (แต่ก็ไม่ควรช้า) ซึ่งการลดอัตราดอกเบี้ยก็คงเป็นวิธีการหนึ่งที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้บ้าง แต่ก็คงไม่มากนัก
Permanent Link

2007-Jun-19 - สหัพฒน์ กุมขมับ

Posted by วสันต์ R3 495477312
ปัจจุบันปัญหาด้านเศรษฐกิจไทยเข้าขั้นวิกฤติหนักมากกว่าปี40 ซึ่งสิ่งที่รัฐบาลควรแก้ไขที่สุดคือ การแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจเป็นหลัก เพราะขณะนี้พบว่านักลงทุนไม่กล้าที่จะมาลงทุนในไทย รวมถึงการบริโภคก็ลดลงด้วยเป็นเพราะปัญหาภายในประเทศ เกิดความไม่สงบในชาติ รวมถึงคนในชาติขาดความปรองดองสามัคคีกัน ดังน้นรัฐบาลควรสร้างความเชื่อมั้นใหส้เด่นชัด
Permanent Link

2007-Jun-22 - สหพัฒน์ กุมขมับ

Posted by ธวัชชัย R3 495477306
อย่างไรก็ขอให้สู้ต่อไป เศรษฐกิจประเทศไทยคงจะดีขึ้น ถ้ารัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาทุกอย่างได้สำเร็จ
Permanent Link

<- Last Page • Next Page ->

About Me

เศรษฐกิจไทยในวันนี้ จะไปทางไหน ใครตอบได้ แนวคิด weblog นี้ เพื่อจะรวบรวมข้อมูล ข่าวสาร บทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจของประเทศไทย เพื่อเผยแผ่ และร่วมกันแสดงความเห็นทั่วไปในทางเศรษฐศาสตร์

Blog Statistics
(total loads/total visitors/today visitors)

Internet Providers Home Security

Recent Posts

• ธปท.กังวลเงินเฟ้อรอบ 2
• เชื่อฤกษ์เชื่อดาว ทางพุทธคือคนโง่
• ยกเลิกมาตรการกันสำรอง 30% “ษา” ถอยแต่ยังคาดอกเบี้ย-หวั่นเงินบาทแข็งต่อ
• เปิดยุทธศาสตร์ฟื้นฟูประเทศ ชงประชานิยมสูตรพิเศษดันจีดีพีโต 6%
• รับวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ลามข้ามโลก!
• 'ธาริษา' ยอมลดดอกเบี้ยกระตุ้น
• เตรียมตัวรับวิกฤติโลก
• ฝรั่งทิ้งหุ้นไทยแสนล. + โดมิโนเศรษฐกิจเริ่มแล้ว /ไวรัสซับไพรม์ลามโลก / จอร์จ โซโรส ชี้สุดเลวร้าย
• ปฎิบัติการจัดตั้งทีวีสาธารณะ 'คร่า' จริยธรรมสนองเจตนารมณ์ซ่อนเร้น
• วีรบุรุษหลงสนาม จาก ทีมข่าวเศรษฐกิจ นสพ.ไทยรัฐ
• ศาลฯ สั่งไม่เพิกถอนหุ้น ปตท.จากตลาด ส่วนที่ดิน-ท่อกาซ-ท่อน้ำมัน โอนคืนแผ่นดิน
• เสียดายเวลา
• ความเห็นสะท้อน จาก คอลัมน์ ศักดินาเพื่อนนายกฯ
• การ์ตูน...เกี่ยวกับความดี...ที่สะท้อนสภาพเศรษฐกิจประเทศไทยในปัจจุบัน
• เอาประชานิยม…แต่ต้องเพิ่มภาษี
• ผ่า!นโยบายเศรษฐกิจ กากบาทผิด ชีวิตคนไทยเอวัง
• ปู่ห้าว" จวกนโยบายราคารถไฟฟ้า 15 บาทตลอดสาย เพ้อเจ้อ!
• นโยบายสำหรับเศรษฐกิจไทย : เพิ่ม “การผลิต” ไม่ใช่เพียง เพิ่ม “เงิน” ง่ายๆ
• ค่าครองชีพพุ่ง เหลียวหลังแลหน้า ประชาชนจะพึ่งใคร
• ชำแหละไส้ใน “พ.ร.บ.เงินตรา” ธปท. ซ่อนเงื่อนใช้เงิน “คลังหลวง” ล้างขาดทุน
• 1 ปี เศรษฐกิจไทยกับรัฐประหาร ประเทศชาติได้อะไร?
• บินไทยกระอักเซ่นนโยบายรัฐ
• หนี้เน่ากระฉูด4แสนล.
• หนี้เน่าไตรมาส 2 เพิ่ม 9.7 หมื่นล. ภาคอุตสาหกรรมแบกหนักสุด
• แฉความจริงเศรษฐกิจไทย เตือน "ขิงแก่" เร่งเยียวยาก่อนพังพาบ
• อายเวียดนาม
• เอกชนสุดทนผลงาน “โฆสิต” ดัชนีเชื่อมั่นอุตสาหกรรมทรุดต่ำสุดในรอบ 4 ปี
• "ความรู้" ที่ท่านอาจจะ "ยังไม่รู้"
• ความเชื่อ - แนวคิด - เศรษฐกิจ - การพัฒนาชาติ
• ปชป.ทันสมัย ขาย นาฬิกาจตุคาม ????
• จตุคามํ สรณํ คจฺฉามิ ...?
• ว.วชิรเมธี : จตุคามรามเทพ
• 10 ปีผ่านไปมีอะไรเปลี่ยนแปลง?
• ทุนสำรองระหว่างประเทศ เกินพอดี อันตราย
• ส่งออกพังพาบจ่อเลิกกิจการ สัญญาณร้ายชำระหนี้ มีปัญหา
• สิ่งทอระบุปิดรง.แล้ว 200 แห่ง
• ปฏิบัติการบริหารรถไฟฟ้า ถึงเวลารัฐบาลเปิดเกมรุกรวบอำนาจ
• เตือนรัฐอย่าฝืนบิดเบือนตลาด
• พิษบาทแข็งดันนำเข้าฟุ่มเฟือยพุ่ง
• รง.การ์เม้นต์พ่ายพิษบาทแข็ง +ปิดกิจการแล้วกว่า 100 โรง/ส่งออกไตรมาสแรกต่ำสุดรอบ 20 ปี
• รถ TATA ในอนาคต 2
• รถ TATA ในอนาคต
• นโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจ: จาก Keynes ถึง Krugman
• แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับ 8 , 9 , 10
• รายชื่อรัฐวิสาหกิจ
• รายชื่อกระทรวงของประเทศไทย
• บริษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน
• สถาบันการเงินพิเศษของรัฐ
• ธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศ
• จำนวนสถาบันการเงินและบริษัทที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน
• อัดฉีดอีโคคาร์แต่วางเงื่อนไขสุดหิน
• จี้เลิกดั้นเมฆดีเซลรางลอยฟ้า สป.ชี้มีแต่สูญ มหาศาลด้านรัฐยังหวังอ้อนเจบิค
• มาลงทุนในตัวเองกันเถอะ
• สหพัฒน์” กุมขมับ คาดรายได้ทั้งเครือหาย 6.5 พันล้าน
• รถไฟฟ้ายิ่งทำยิ่งมั่ว
• ดัชนี “ด้อยพัฒนา” คอลัมน์ เหะหะพาที
• เหล็กซิลิคอนขู่ย้ายฐานลงทุน
• ห่วงคนจนรายได้ต่ำรสนิยมสูง ถลุงเงินกินเหล้า 3.8 หมื่นล้าน
• 'การเมือง' ฉุดยอดขายสินค้าวูบ 'อำพน' เผยคน ไทยไม่มีกะใจเดินจับจ่ายใช้สอย
• “สุวรรณภูมิ” กับวาระซ่อนเร้น กว่าถั่วจะสุก...งา (ทอท.) ก็ไหม้เสียก่อน
• ปลอบประโลมคนใช้รถ ปตท.ลดราคาน้ำมัน40สต.
• อสังหาริมทรัพย์ซึมยาว
• ไร้เดียงสา บ่อนทำลายเศรษฐกิจ
• รวมการ์ตูน จากนสพ.ไทยรัฐ
• การ์ตูนจากไทยรัฐ 28-5-50
• การ์ตูนจาก ไทยรัฐ 29-5-50
• ธุรกิจท่องเที่ยวภาคใต้ซึมยาว ระเบิดซ้ำซากฉุด ดัชนีอุตสาหกรรมทรุดหนัก
• การเมืองป่วนการบริโภคซบฉุดเศรษฐกิจดิ่ง หนุน นักธุรกิจไทยโกยเงินนอก
• เจบิกชะลอปล่อยกู้รถไฟสายสีม่วง
• องค์จตุคามฯมาทันเวลา คอลัมน์ สามัญสำนึก
• รัฐบาลฟันธงปีนี้จีดีพีโต 4% ส่งสัญญาณ "ได้แค่นี้ก็ดีแล้ว"
• สุวรรณภูมิจ่อชวดฮับ"คาเธ่ย์"ย้ายซบสิงคโปร์
• ตั้ง200คนซี7ดรีมทีมรีดภาษี
• คลิก! กลยุทธ์กระตุ้นกำลังซื้อ ฝ่ามรสุมเศรษฐกิจ
• รง.การ์เม้นต์พ่ายพิษบาทแข็ง +ปิดกิจการแล้วกว่า 100 โรง/ส่งออกไตรมาสแรกต่ำสุดรอบ 20 ปี
• หวั่น “ยุบพรรค” ทำเศรษฐกิจช็อก สอท.ผวาบานปลาย ดับไม่ได้กู่ไม่กลับแน่
• พลังงานยันเอาอยู่ปัญหาราคาน้ำมัน
• ฟ้องศาลน้ำมันแพง ใครกำไรใครขาดทุน
• เมื่อรถไฟฟ้ากลายเป็นรถดีเซลราง
• พรุ่งนี้มีคำตอบ
• น้ำมันแพงฉุดเศรษฐกิจฟื้นจำกัด รอรัฐบาลหน้า-ประชาชนระทม
• คนไทยหนี้นอกระบบท่วมหัว เศรษฐกิจบักโกรกรายได้ไม่พอใช้ต้องกู้ซื้อสินค้ายังชีพ
• ภูฏาน-ดัชนีความสุขเริ่มหายไป
• บริษัทใหม่วูบ 20.76% - รับเหมาเจ๊ง
• พิษเศรษฐกิจคนไทยเงินขาดมือ
• รายได้ขาดมือเหตุก่อหนี้เพิ่ม หอการค้าไม่เครียด ให้คะแนนผลงานขิงแก่ 7:10
• คลังเพิ่มขาดดุลงบประมาณปี51 ชงขุนคลังเคาะ 4.5-5หมื่นล้าน งบลงทุนถูกโยกเป็นงบลับทหาร
• ระวังบ้านเมืองพัง ทรงเตือน คลี่วิกฤติยุบพรรค [25 พ.ค. 50 - 02:47]
• ฐานะการคลังส่อวิกฤต ยอมรับ 7 เดือนแรกปีงบ 50 ขาดดุลเงินสดกว่า 2.17 แสนล้านบาท
• เศรษฐกิจพอเพียง เพียงพอต่อการบริหารประเทศ จริงหรือ?

Friends