|
นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า การส่งออกปี 2550 จะมีมูลค่า 145,668 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือขยายตัว 12.1% จากปี 2549 โดยครึ่งปีหลังจะขยายตัวต่ำกว่าครึ่งปีแรก ซึ่งแต่ละไตรมาสขยายตัว 17.82%, 19.69%, 9.1% และ 3.37% ตามลำดับ เพราะค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นมาก เฉลี่ยทั้งปีคาดอยู่ที่ 34.48 บาท/เหรียญ โดย 5 เดือนที่ผ่านมา ผู้ส่งออกต้องแบกรับภาระค่าบาทแข็งค่าขึ้น 9.15% จากปลายปี 2549 แข็งค่ามากเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน
ตอนนี้ผู้ส่งออกต้องการให้ค่าบาทนิ่ง และไม่แข็งค่าเพิ่มกว่า 34 บาท/เหรียญ ผู้ส่งออกบางรายรับภาระไม่ไหวแล้ว ต้องปิดตัวลง อีกส่วนหนึ่งย้ายไปลงทุนนอกประเทศแทนแล้ว
นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ผู้ผลิตสินค้าส่งออกกำลังอยู่ในภาวะสับสนและไม่รู้ว่าต้องทำตัวอย่างไรกับกรณีที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องและรวดเร็วมาก จนตั้งรับไม่ทัน ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต้องมีมาตรการที่เข้มงวดมากขึ้นเพื่อมาทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง มาตรการเดิมยังมีจุดอ่อน เช่น มาตรการกันสำรอง 30% ที่เปิดช่องให้เงินจากต่างประเทศทะลักเข้ามาในตลาดหลักทรัพย์มากเป็นพิเศษ ซึ่งเอกชนเตรียมเสนอมาตรการดูแลค่าเงินบาทในการประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน (กกร.) วันที่ 16 ก.ค.นี้
นายธนิต โสรัตน์ รองเลขาธิการ ส.อ.ท. กล่าวว่า ต้องยอมรับแล้วว่าขณะนี้ถือเป็นวิกฤติค่าบาทมาเยือนประเทศไทยอีกรอบแล้ว โดยเห็นว่า ธปท. ควรที่จะทบทวนมาตรการต่างๆของค่าเงินว่าทั้งหมดที่เคยนำมาดำเนินการ เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปหรือไม่ และควรจะออกมาตรการใหม่ๆอะไรมาเสริมหรือก่อนที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องค่าเงินบาทไม่ได้และเศรษฐกิจทั้งระบบจะได้รับผลกระทบไปมากกว่านี้
ด้านนายสุภัค ศิวะรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัญหาค่าเงินบาทแข็งเริ่มส่งผลกระทบกับผู้ส่งออกและมีปัญหาต่อการชำระหนี้ของลูกค้าบ้างแล้ว โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอี กลุ่มสิ่งทอ และเฟอร์นิเจอร์
ขณะที่นายอานนท์ สิมะกุลธร ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น ส.อ.ท.กล่าวว่า ตอนนี้ผู้ผลิตส่งออกจะตายอยู่แล้ว ลดต้นทุนก็ทำแล้ว แต่บาทก็แข็งค่าต่อเนื่อง ยิ่งพวกที่มีสัญญาซื้อขายไว้ ก็ต้องส่งของตามที่ตกลงแม้จะขาดทุน ส่วนคำสั่งซื้อใหม่ๆจะเพิ่มราคาก็ไม่ได้ ปัญหาค่าเงินบาทครั้งนี้ถือว่ารุนแรงมาก.
ที่มา นสพ.ไทยรัฐ 11 ก.ค. 50 |