ความเชื่อ - แนวคิด - เศรษฐกิจ - การพัฒนาชาติ
ความเชื่อเป็นพื้นฐานการประพฤติปฏิบัติตนของมนุษย์ การดำรงชีวิตประจำวันของมนุษย์มีพื้นฐานมาจากความเชื่อของตนเองเป็นหลักแทบทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการกิน การอยู่อาศัย การนอน และการทำงานหรือการประกอบอาชีพ เมื่อกล่าวถึงเรื่องการกิน เราจะเลือกกินอาหารประเภทใด เช่น เนื้อสัตว์ หรือพืช จะมีส่วนของความเชื่อหรือบางครั้งอาจมีลัทธิมาช่วยกำหนด หรือเรื่องของการอยู่อาศัย เราก็มักจะต้องดูฤกษ์ยาม ดูทิศ ดูเวลา ดูสถานที่ หรือเรื่องของฮวงจุ้ย มาเป็นองค์ประกอบสำคัญ หรือเรื่องของการนอน เมื่อจะนอนเวลาใด จะนอนหันหัวไปทางทิศไหน ล้วนมีเรื่องของความเชื่อมาช่วยกำหนด และในการทำงานหรือการประกอบอาชีพ ก็มักมีแนวคิดในเรื่องของการเลือกอาชีพ สถานที่ เวลา และการจัดห้องทำงาน ด้วยเช่นกัน
ความเชื่อของมนุษย์มีพื้นฐานจากครอบครัว สภาพสิ่งแวดล้อม และสังคม การจะพัฒนาความเชื่อของมนุษย์ให้เป็นประโยชน์ต่อแนวคิดและวิธีการดำรงชีวิตประจำวันของมนุษย์ จะต้องกระทำพร้อมกันหลายๆด้าน โดยเริ่มตั้งแต่การให้การศึกษาการพัฒนาความเชื่อให้เกิดเป็นมาตรฐานและประโยชน์ต่อการพัฒนางานและคุณภาพของมนุษย์ในทุกๆด้าน ความเชื่อที่ได้รับการพัฒนาจนเป็นแนวคิดจะช่วยส่งเสริมความเป็นมนุษย์ที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้นให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของมนุษย์ที่ต้องเปลี่ยนไปตามโลกาภิวัตน์
ดังนั้น ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องในระบบสังคม เช่น ผู้อยู่ในวงการสื่อมวลชน สื่อวิทยุ โทรทัศน์ และหนังสือพิมพ์ ฯลฯ หรือผู้อยู่ในระบบการศึกษา เช่น ผู้บริหารสถานศึกษา ครู อาจารย์ ฯลฯ หรือผู้อยู่ในระบบศาสนา อาทิ ผู้นำทางศาสนา นักบวช พระสงฆ์ ฯลฯ และท่านผู้อำนาจ เช่น ผู้นำประเทศทางด้านบริหารและด้านการทหาร ฯลฯ ทุกกลุ่มเหล่านี้สมควรอย่างยิ่งที่จะต้องช่วยกันหล่อหลอมความเชื่อต่างๆเป็นแนวคิดที่ดีเพื่อวางแผนการพัฒนาคนในประเทศให้มีคุณภาพดีขึ้น พื้นฐานการพัฒนาแนวคิดที่ดีและเป็นประโยชน์ต่อชาติดังกล่าวคงไม่อาจเกิดขึ้นได้หากผู้ที่เกี่ยวข้องขาดจิตสำนึกพื้นฐานในการปฏิบัติตัวที่ดีเพื่อเป็นแบบอย่าง
ปัจจุบันเกือบทุกวงการ มีผู้แสวงหาประโยชน์โดยการเอาเปรียบจากความเชื่อของผู้อื่นเป็นประจำเสมอ โดยอ้างหลักการเหตุผลส่วนตัวต่างๆมากมายสารพัดเพื่อหาความชอบธรรม มีการจัดกิจกรรมบางประเภทเพื่อแสวงหารายได้ ทำการหลอกลวงผู้อื่นอย่างไร้ยางอาย โดยเฉพาะนักการเมืองผู้มีทั้งอำนาจในปัจจุบันและในอดีตบางกลุ่ม มีจัดกิจกรรมการหารายได้จากการขายวัตถุมงคล เครื่องรางของขลัง อ้างเหตุเพื่อประโยชน์ส่วนรวม อาทิ เพื่อผู้ประสบภัย หรือผู้เดือดร้อนจากเหตุภัยธรรมชาติ หรือเพื่อเป็นทุนของการศึกษาของเยาวชน หรือเพื่อทหารและครูในภาคใต้ เป็นต้น การกระทำเช่นนี้ หากพิจารณาถึงผลก็พบว่าเป็นประโยชน์ต่อสังคมและชาติเป็นอย่างดี แต่หากพิจารณาจากเหตุที่มาของเงินนั้นจะเห็นได้ว่าเป็นการได้มาโดยไม่ชอบ เนื่องจากเกิดจากการขายสิ่งของต่างๆที่มีเจตนาหลอกลวงผู้อื่น การกระทำดังกล่าวมีพื้นฐานจากการกระทำที่ไม่ชอบธรรม เริ่มจากสิ่งที่เป็นอกุศลธรรม หลอกลวงผู้อื่นด้วยการอาศัยความเชื่อที่งมงาย ได้เงิน ได้ทรัพย์จากผู้อื่น โดยเอาวัตถุมงคลหรือสิ่งที่ผู้อื่นเชื่อถือเข้าแลก แล้วอ้างเหตุเพื่อนำไปใช้ทำบุญช่วยเหลือผู้อื่นในกรณีต่างๆ อาทิ คนประสบภัย เยาวชนที่ขาดทุนการศึกษา ฯลฯ เนื่องจากการกระทำดังกล่าวไม่ชอบธรรม การกระทำนั้นจะเกิดบุญหรือได้ประโยชน์อันใดต่อเยาวชนของชาติหรือผู้ประสบภัย เยาวชนผู้ได้ทุนการศึกษาหรือประชาชนที่ได้รับการช่วยเหลือเหล่านั้น ได้รับความช่วยเหลือจากความเชื่อที่งมงายของผู้อื่น หากเป็นเช่นนี้ เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนไป ความเชื่อ และความงมงายเหล่านั้นสิ้นสุดลง เยาวชนรุ่นต่อไปจะได้เรียนหนังสือต่อไปหรือไม่
การกระทำดังกล่าวคล้ายกับการปล้นหรือทำร้ายผู้อื่นๆแล้วนำเงินไปทำบุญทำทาน พระก็รับเงินไปสร้างวัดวาอาราม และทำการทำนุบำรุงศาสนาในวิถีทางต่างๆ หากคิดพิจารณาเองโดยไม่ต้องถามใครคงจะทราบว่าการกระทำดังกล่าวหาได้สร้างบุญกุศลอันใดไม่ การจะส่งเสริมการศึกษาโดยการให้ทุนแก่เยาวชน หรือเงินสงเคราะห์ผู้อื่นๆ ควรเริ่มส่งเสริมรวบรวม หรือเรี่ยไร จากผู้ที่มีความรักชาติ และควรเกิดจากการเสียสละของผู้มีทรัพย์ทำการสงเคราะห์แก่ผู้ที่ยากไร้หรือด้อยกว่า มากกว่าจะเกิดการทำบุญทำทานอันเนื่องมาจากการหวังได้วัตถุมงคลหรือเครื่องรางของขลังต่างๆมาไว้ในการครอบครองเพื่อความร่ำรวยของตนต่อไป
สื่อมวลชนประเภทโทรทัศน์บางช่องโดยเฉพาะเวลาเช้าของทุกวัน ซึ่งควรต้องใช้เพื่อการสื่อสาร เสนอข่าว ข้อมูล และสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและต่อชาติ กลับนำไปใช้ในการหากินเพื่อประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้องอย่างน่าเกลียดและไม่มียางอาย โดยการโฆษณาประชาสัมพันธ์วัตถุมงคล เครื่องรางของขลัง ในตอนเช้าทุกวันเป็นประจำ การกระทำดังกล่าว สอดคล้องอย่างยิ่งกับที่ท่าน ว.วชิรเมธี ได้เคยกล่าวถึงสื่อมวลชนกลุ่มนี้ว่าเป็น สื่อ-มอม-ชน
หากเป็นเช่นนี้ ประเทศชาติก็จะพัฒนาได้ยาก เนื่องจากสื่อมวลชนใหญ่ๆยังคงเป็นเช่นนี้ นับประสาอะไรกับสื่ออื่นๆที่เล็กกว่า เช่น สื่อมวลชนของท้องถิ่น จะเป็นอย่างไร สื่อมวลชนทั้งหลายควรจะได้ใคร่ครวญทบทวนบทบาท ลด ละ เลิกพฤติกรรมดังกล่าวเสีย เพื่อจะได้เป็นบุญและกุศลของชาติต่อไป โดยไม่ต้องอาศัยการหลอกลวงมนุษย์ผู้อื่นด้วยความเชื่อส่วนตนและของผู้อื่นๆแสวงหาประโยชน์อย่างน่าละอาย เพราะถ้าเห็นว่าสิ่งที่ประชาสัมพันธ์เป็นสิ่งดี จะก่อให้เกิดความร่ำรวย ความรุ่งเรือง และสามารถบันดาลให้กลายเป็นเศรษฐีได้ตามที่กล่าว ก็สมควรที่จะต้องรีบเก็บสะสมเอาไว้ ควรรีบเหมาทั้งหมดแล้วส่งต่อให้ลูก ให้หลาน ญาติพี่น้องในตระกูล และควรเลิกจัดรายการในช่วงเช้า กลับบ้านไปสวดอธิษฐานของพรจากสิ่งที่กำลังขายให้ผู้อื่น ไม่ต้องนำมาขายทางโทรทัศน์อย่างแอบแฝงด้วยการบอกบุญ และไม่ต้องโฆษณาหลอกลวงเอาเงินจากผู้ที่ยังมีความเชื่อและแนวคิดที่ปราศจากเหตุผลอีกต่อไป
ความเชื่อที่อาจกลายเป็นแนวคิดจะส่งผลกระทบต่อการประพฤติปฏิบัติของคนในชุมชน เช่น หากพวกเราเชื่อว่าเศรษฐกิจจะตกต่ำ แล้วพากันช่วยประหยัด เลิกกิน เลิกใช้ ลดการบริโภค พฤติกรรมในส่วนรวมดังกล่าวจะทำให้เกิดเศรษฐกิจตกต่ำจริงๆ เพราะการลดการบริโภคจะส่งผลให้เกิดการลดกำลังการผลิต ลดการลงทุน ลดการจ้างงาน และเมื่อมีงานน้อยลง รายได้ของบุคคลต่างๆก็จะน้อยลง ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจ อันได้แก่ การผลิต การบริโภค และการตลาดลดลงตามไปด้วย นั่นคือ เศรษฐกิจได้ตกต่ำตามแนวคิดที่เราเชื่อว่าจะเกิดแล้ว
อีกกรณีหนึ่ง หากมีการคาดคะเนว่า สินค้าชนิดใดชนิดหนึ่งจะขาดตลาด อันเกิดเนื่องจากเหตุใดๆก็ตาม หากสินค้านั้นมีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต ทุกคนก็จะรีบซื้อเพื่อกักตุน หรือแสวงหาสินค้านั้นพร้อมกันทั้งหมด ในขณะที่สินค้าที่เสนอขายในตลาดมีคงเดิม นั่นหมายถึง สินค้าย่อมไม่เพียงพอต่อความต้องการของคนในสังคมนั้น และสินค้านั้นๆก็จะเกิดภาวะการขาดตลาดตามที่คาดคะเนกันจริงๆ หากไม่มีผู้ผลิตรายใดทำการผลิตสินค้าเพิ่มขึ้น
สำหรับเรื่องความเชื่อที่พัฒนาเป็นแนวคิด ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของชาติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้นั้น ขอยกตัวอย่างเช่น ถ้าคนเชื่อว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถช่วยให้พ้นความทุกข์ยากได้หากนับถือบูชา ประชาชนก็จะพากันไปซื้อ (เช่า) ช่วยกันแสวงหาเพื่อการครอบครองด้วยวิธีการต่างๆ โดยหวังผลว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้นจะช่วยเหลือตนได้ ทำให้ต้องสูญเสียทั้งเงินทอง ทรัพย์สิน เวลา เพื่อแลกเปลี่ยนอย่างไร้ประโยชน์ต่อตนเองและครอบครัวในที่สุด
การที่ประชาชนโดยทั่วไปเกิดภาวการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาทางสังคมและจิตใจหลายประการ โดยอาจมีสาเหตุจาก
· การขาดการศึกษา การขาดการชี้แนะ การชี้นำ การสั่งสอน การปลูกฝังระบบความเชื่อ และแนวคิดที่ดีอันจะช่วยให้พวกเขาเหล่านั้นได้คิดใคร่ครวญ ทบทวน สิ่งต่างๆ อย่างมีเหตุและผล หรือ
· การขาดระบบการปกครองที่ดี ไม่สามารถพัฒนาความเชื่อและแนวคิดของบุคคลในชาติให้สามารถหล่อหลอมให้ตกผลึกสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อคนในชาติ หรือ
· การขาดผู้นำทางความคิดที่มีคุณธรรม ไม่ส่งเสริมให้บุคคลภายใต้การปกครองหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องให้มีแนวคิดในการพึ่งตนเอง มีแต่รอคอยความช่วยเหลือจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนเองเชื่อถือ
ประเทศไทยยังคงมีประชาชนจำนวนมากอยู่ในสภาพน่าเป็นห่วง เพราะส่วนใหญ่ยังคงมีปัญหาด้านเศรษฐกิจ ยังคงมีความเชื่อและแนวคิดหลายอย่างที่ตรงกับประเทศด้อยพัฒนาทั้งหลาย
เรื่องนี้สังเกตได้ไม่ยาก เมื่อพิจารณาถึงความเชื่อและแนวคิดของบุคคลต่างๆที่เป็นผู้นำและผู้ตามจะพบว่า หลายแนวคิดล้วนเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาชาติ เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ยังคงมีความเชื่ออย่างไร้เหตุผล โดยเฉพาะเรื่องไสยศาสตร์ คาถาอาคม เวทมนตร์ เทพ เทวดา ผีสางนางไม้ รวมถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ คนจำนวนมากยังตระเวนช่วยกันออกสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามวัดหรือสถานที่ต่างๆมากมาย จนนับรุ่นไม่ถ้วน จนปัจจุบันกลายเป็น OTOP (One Temple One Product) ไปแล้ว
โดยความเห็นส่วนตัว หากผู้นำและฝ่ายค้านทั้งหลายมีความปรารถนาดี และคิดว่าสิ่งที่กระทำอยู่เป็นประโยชน์ต่อชาติ ก็ควรจะได้เร่งรีบนำงบประมาณทั้งหมดของประเทศมาเร่งทุ่มดำเนินการผลิตสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้วช่วยแจกจ่ายให้ประชาชนทั้งประเทศโดยเร็ว วัตถุประสงค์สำคัญที่ผู้เขียนปรารถนาอย่างยิ่งจากสิ่งมงคล ก็คือ ผู้เขียนจะเร่งอธิษฐานขอให้ผู้นำทั้งหลายพ้นจากความงมงายและโง่เขลา ขอให้เป็นบุคคลที่มีความคิดเฉลียวฉลาดสามารถนำชาติและประชาชนทุกคนได้พ้นภัยเศรษฐกิจ ขอให้ผู้นำทั้งหลายเป็นผู้ที่มีคุณธรรม มีเมตตาธรรม มีจริยธรรม และมีวิสัยทัศน์ที่ดีในการบริหารประเทศ ขอให้สิ่งที่มีอิทธิฤทธิ์ทั้งปวงได้โปรดช่วยขจัดเหลือบร้ายที่หลอกลวงเอาเปรียบเพื่อนมนุษย์ร่วมชาติในทุกวงการให้สิ้นไป และขอให้ประเทศไทยปลอดจากสิ่งงมงายทั้งหลายด้วยเถิด
เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง ที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์รุ่นที่ผู้เขียนปรารถนายังไม่มีผู้นำฝ่ายใดผลิตขาย หรือแจกจ่ายให้ผู้อื่นด้วยความจริงใจ มีแต่รุ่นผลิตเพื่อหลอกขายเอาเงินหรือทรัพย์สินของผู้อื่น ทำให้ท้ายที่สุดการพัฒนาแนวคิดที่ดีและเป็นประโยชน์ต่อชาติก็คงไม่อาจเกิดขึ้นได้ เนื่องจากผู้นำทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในปัจจุบันยังคงขาดจิตสำนึกพื้นฐานในการปฏิบัติตนให้เป็นตัวอย่างที่ดี แต่ละคนยังไม่มีแนวคิดที่จะทำเพื่อส่วนรวมอย่างจริงใจโดยไม่มีผลประโยชน์ส่วนตนและส่วนพวกพ้องแอบแฝง ปัจจุบันนี้สังคมไทยยังคงขาดแคลนผู้สื่อสารสิ่งที่ถูกต้อง หรือหากจะมีบ้างแต่ก็ยังคงน้อยและเสียงยังไม่ดังพอ ที่จะทำหน้าที่ถ่ายทอดแนวคิดที่ดีแก่ผู้อื่นในสังคมชาติ ปัญหาที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น หากยังไม่มีผู้นำประเทศคนใดมีความคิดที่จะแก้ไขให้ทุกอย่างกลับอยู่ในระบบที่ดี พ้นจากการเอาเปรียบและหลอกลวงกันแล้ว ก็จะยิ่งเร่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการพัฒนาชาติไทยอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
ลิขสิทธิ์ วิชชาลัย คัดลอกจาก... จิตใต้สำนึกของความเป็นมนุษย์ |