|
นายเลอ วิน ถือ อธิบดีกรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เอเชียใต้และแปซิฟิก ประเทศเวียดนาม ซึ่งนำเจ้าหน้าที่ระดับสูงเข้าพบ นายเชิดพันธ์ ณ สงขลา ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อสองวันก่อน เพื่อแลกเปลี่ยนทรรศนะและความร่วมมือ ระหว่างจังหวัดพระนครศรีอยุธยากับจังหวัดของเวียดนาม ได้พูดถึงเศรษฐกิจและการเมืองไทยไว้หลายประโยค
ผมฟังแล้วต้องบอกว่า รู้สึกอายเวียดนามจริงๆ ก็ไม่รู้จะมีผู้หลักผู้ใหญ่ ที่รับผิดชอบบ้านเมืองรู้สึกอายเหมือนผมไหม
นายเลอ วิน ถือ บอกว่า ก่อนหน้านี้ชาวเวียดนามรู้สึกเป็นห่วงประเทศไทย ทั้งเรื่องการเมืองและเศรษฐกิจ เพราะได้รับผลกระทบเรื่องการลงทุน นักลงทุนจำนวนมากย้ายฐานการผลิตจากไทยไปเวียดนาม
หลังจากที่หลายประเทศได้ทราบผลการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญแล้ว ก็เชื่อว่าจากนี้ไป การเมืองไทยจะเดินเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตย ทำให้การลงทุนในประเทศและเศรษฐกิจกลับมาดีขึ้นอีกครั้ง
นายเลอ วิน ถือ สอนด้วยว่า ประเทศไทยมีการเลือกตั้งเร็วเท่าไร ก็จะยิ่งสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนมากเท่านั้น อยากให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายของการปฏิวัติ เพราะประเทศไทยได้รับการยกย่องให้เป็นประเทศตัวอย่าง ของการพัฒนาระบอบประชาธิปไตย เป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจและการพัฒนาใน ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ฟังดูดี แต่มันแสบเข้าไปถึงกระดองใจ
วันนี้คนเวียดนามพูดถึงประเทศไทยด้วยความรู้สึกสงสาร จากประเทศผู้นำการพัฒนาประชาธิปไตย ผู้นำการพัฒนาเศรษฐกิจ เคยทิ้งห่างประเทศเวียดนามหลายสิบปี แต่วันนี้ประเทศไทยกลับแพ้เวียดนามเกือบทุกด้าน
ทำไมประเทศไทยของเราจึงตกอยู่ในสภาพอย่างนี้
ผมเชื่อว่าคนไทยที่กำลังทุกข์ยากทุกคน ก็รู้คำตอบด้วยตัวเองอยู่แล้ว เรามีนักการเมืองและผู้บริหารประเทศที่เห็นแก่ตัว มากกว่า เห็นแก่ชาติบ้านเมือง ทุจริตคอรัปชัน กอบโกยผลประโยชน์ประเทศชาติไปเป็นผลประโยชน์ส่วนตัว ประชาชนขาดความกระตือรือร้นในการศึกษา ขาดความกระตือรือร้นในการพัฒนาตนเอง ขาดระเบียบวินัย ฯลฯ
ที่เก่งที่สุด คือ ตั้งอยู่ในความประมาท และภูมิใจในเรื่องไร้สาระ
เราเก่งที่จะศึกษาอดีต เพื่อหาข้อแก้ตัว แต่ไม่ศึกษาอนาคต และการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสังคมโลก เพื่อก้าวตามให้ทัน
ตัวอย่างสดๆร้อนๆก็คือ พิษค่าเงินบาทแข็ง ทำให้ยอดส่งออกของไทยในเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมาลดลงอย่างมากจากร้อยละ 17.71 ในเดือนมิถุนายน เหลือแค่ร้อยละ 5.89 ต่ำสุดในรอบ 29 เดือน
คุณเกริกไกร จีระแพทย์ รัฐมนตรีพาณิชย์ ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ตัวเลขที่ขยายเพียงร้อยละ 5.89 ถือว่าผิดปกติ ต้องวิเคราะห์ว่าเพราะสาเหตุใด เพราะเดือนก่อนๆก็ขยายตัวเกินร้อยละ 10 ทุกเดือน เบื้องต้นคาดว่าน่าจะมาจากเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ชะลอตัว ค่าเงินดอลลาร์อ่อน ทำให้สหรัฐฯนำเข้าสินค้าไทยลดลง รวมถึงค่าเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่อง ทำให้ศักยภาพการแข่งขันลดลง
เรื่องทั้งหมดที่รัฐมนตรีพาณิชย์พูดมา ภาคเอกชนเขาร้องมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้วทั้งสิ้น เขารู้เขาเห็น และเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาดูแล แต่รัฐบาลก็เฉย
วันนี้เสียหายกันทั้งประเทศ รัฐบาลกลับจะเอาข้อมูลในอดีตไปวิเคราะห์ ก็ไม่รู้วิเคราะห์หาอะไร คนอื่นเขารู้กันหมดแล้ว เสียเงิน เสียเวลา เสียสมองเปล่าๆ
บริหารประเทศกันอย่างนี้ ก็สมควรแล้วครับ ที่จะให้ข้าราชการเวียดนามตัวเล็กๆ ระดับอธิบดี พูดถึงประเทศไทยด้วยความสมเพชสงสาร ผมเองก็สงสารประเทศไทยของผมเต็มที ที่เห็นการบริหารบ้านเมืองแบบนี้ เศร้า.
|