เศรษฐกิจประเทศไทย

2007-Dec-14 - ศาลฯ สั่งไม่เพิกถอนหุ้น ปตท.จากตลาด ส่วนที่ดิน-ท่อกาซ-ท่อน้ำมัน โอนคืนแผ่นดิน

ศาลฯ สั่งไม่เพิกถอนหุ้น ปตท.จากตลาด ส่วนที่ดิน-ท่อกาซ-ท่อน้ำมัน โอนคืนแผ่นดิน

ศาลปกครองมีคำพิพากษาไม่เพิกถอนหุ้น ปตท.จากตลาดหลักทรัพย์ ส่วนที่ดิน-ท่อก๊าซ-ท่อน้ำมัน ให้โอนคืนรัฐบาล เพราะเป็นทรัพย์สินแผ่นดิน พร้อมยกฟ้อง “ปิยสวัสดิ์” กรณีการแปรรูปถูกต้องตามกฎหมาย "รสนา" ประกาศชัยชนะยกแรก เอาท่อส่งก๊าซสมบัติชาติกลับคืนแผ่นดิน พร้อมชี้ประเด็น การบิดเบื่อนประเมินราคาทรัพย์สิน ส่งผลให้ให้ราคาไอพีโอต่ำกว่าความเป็นจริง ลั่นเดินหน้าฟ้องแพ่งและอาญาต่อไป
       
       การตัดสินคดีบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) หรือ PTT เช้าวันนี้ (14 ธ.ค.) ตุลาการศาลปกครองสูงสุด มีคำพิพากษาไม่เพิกถอนหุ้น PTT ออกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เพราะเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อนักลงทุนและประชาชนจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ให้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน ท่อส่งก๊าซ และท่องส่งน้ำมัน กลับคืนให้กับรัฐบาล
       
       คดีนี้ มูลนิธิผู้บริโภคและเครือข่าย นำโดย นายแพทย์ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา เลขาธิการมูลนิธิฯ น.ส.สารี อ๋องสมหวัง ผู้จัดการมูลนิธิฯ และองค์กรเครือข่ายประกอบด้วย น.ส.รสนา โตสิตระกูล กรรมการสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค ฯลฯ ยื่นฟ้องคณะรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี และนายวิเศษ จูภิบาล รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ต่อศาลปกครองสูงสุด เมื่อวันที่ 31 ส.ค.2549
       
       โดยให้เพิกถอนพระราชกฤษฎีกา 2 ฉบับเกี่ยวกับการแปรรูป ปตท. ได้แก่ พระราชกฤษฎีกากำหนดอำนาจ สิทธิและประโยชน์ของบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) พ.ศ.2544 และ พระราชกฤษฎีกา กำหนดเงื่อนเวลายกเลิกกฎหมายว่าด้วยการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย พ.ศ.2544 เนื่องจากไม่ชอบด้วย พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ และขัดรัฐธรรมนูญ เช่น ขั้นตอนการดำเนินการขัดแย้งกับกฎหมาย การรับฟังความคิดเห็นไม่รอบด้าน ซึ่งศาลฯ มีคำสั่งรับคำฟ้องไว้ในสารบบ เมื่อวันที่ 4 ก.ย.2549 และศาลปกครองสูงสุด กำหนดวันพิพากษาคดีในวันที่ 14 ธ.ค.2550
       
       ศาลปกครองสูงสุดได้อ่านคำพิพากษาเป็นเวลา 2 ชั่วโมง สรุปได้ว่า ไม่เพิกถอนกฎหมายแปรรูป ปตท.ทั้ง 2 ฉบับ เนื่องจากเกรงจะเกิดผลกระทบในวงกว้าง จึงทำให้ PTT มีสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัดต่อไป แต่ให้แก้ไขประเด็นต่างๆ ที่ขัดต่อข้อกฎหมาย โดยเฉพาะให้มีการโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินเวนคืน และท่อส่งก๊าซ-น้ำมัน กลับคืนไปให้กับกระทรวงการคลัง เพราะถือเป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน
       
       ศาลให้เหตุผลว่า การเพิกถอนหุ้น ปตท.ออกจากตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งขณะนี้มูลค่ากว่า 840,000 ล้านบาท จะก่อให้เกิดผบกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงทางพลังงาน รวมถึงตลาดหุ้น ตลาดทุน ตลาดเงิน รวมถึงนิติบุคคลที่ทำนิติกรรมกับ ปตท.ไว้ทั้งหมด ซึ่งจะก่อให้เกิดผลกระทบในวงกว้าง
       
       แต่ทั้งนี้ให้ ปตท.ไปแก้ไขในส่วนของกรรมสิทธิ์ที่ดิน และระบบท่อส่งก๊าซ ต้องมีการแยกออกจากการจำหน่าย และจัดหาปิโตรเลียม อย่างเด็ดขาด เพราะถือว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากอำนาจรัฐในขณะที่เป็นการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ต้องโอนให้เป็นกรรมสิทธิ์ของรัฐดังเดิม
       
       นอกจากนี้ ศาลยังให้ยกฟ้องในบางประเด็น อาทิ คุณสมบัติของนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ขณะนั้นเป็นเลขาธิการคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) กับนายเชิดพงษ์ สิริวิชช์ อดีตอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี ถูกต้องตามกฎหมาย เนื่องจากเป็นข้าราชการคุณวุฒิ จึงสามารถเป็นคณะกรรมการจัดตั้งบริษัท ปตท.ได้
       
       ส่วนประเด็นที่ 2 กรณีการถือหุ้นของนายมนู เลียวไพโรจน์ อดีตปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายวิเศษ จูภิบาล อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท. ศาลยกฟ้อง เพราะไม่มีผลต่อการเปลี่ยนสถานะของ ปตท.
       
       และประเด็นที่ 3 กรณีการจัดตั้งคณะกรรมการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ก็เป็นไปตามกฎหมายทุกประการ
       
       นายอดิศักดิ์ คำมูล ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า คำพิพากษาคดีบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.ที่ออกมาว่าไม่ถอดถอนบริษัทออกจากการเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เป็นเรื่องปกติ โดยต้องดูต่อไปว่าการที่ศาลปกครองสูงสุดสั่งให้ ปตท.คืนทรัพย์สินให้แก่รัฐจะมีมูลค่ามากเท่าไร และจะส่งผลกระทบต่อรายได้และผลกำไรของบริษัทมากน้อยเพียงใด ซึ่งหากทำให้รายได้ลดลงมาก ก็จะส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นของ ปตท.ได้
       
       น.ส.รสนา โตสิตระกูล กรรมการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่าจากคำพิพากษาของศาล โดยสั่งให้ ปตท.ดำเนินการโอนสิทธิครอบครองที่ดินรวมทั้งระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติที่เป็นสมบัติของชาติกลับไปให้กระทรวงการคลังดูแล เนื่องจากท่อส่งก๊าซเป็นทรัพยสิทธิติดอยู่กับที่ดิน ซึ่งเป็นไปตาม พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจพ.ศ.2542 และให้แยกอำนาจ ทรัพยสิทธิและที่ดินที่เป็นสมบัติของชาติออกจาก ปตท.ให้แล้วเสร็จก่อนการจัดตั้งคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานแล้วเสร็จ
       
       สิ่งที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นว่าท่อส่งก๊าซธรรมชาติเป็นสมบัติของประชาชน ดังนั้นความผิดที่เกิดขึ้นใครจะเป็นผู้รับผิดชอบที่ปตท.เอาสมบัติสาธารณะไปดำเนินธุรกิจ เป็นเวลากว่า 5ปี ดังนั้นเงินที่ได้จากท่อส่งก๊าซไปหาผลประโยชน์นานกว่า 5ปี ต้องเรียกคืน อย่างไรก็ตาม หลังจากมีคำพิพากษาศาลปกครองแล้ว ระหว่างนี้ปตท.ควรต้องหยุดการซื้อขายหุ้นปตท.ไว้ก่อน จนกว่าจะมีคำสั่งศาลในการแยกท่อส่งก๊าซกลับคืนไปเป็นของรัฐ
       
       อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่ศาลยังไม่ได้พิจารณา คือ การประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่ไม่เป็นไปตามความเป็นจริง ทำให้ราคาไอพีโอต่ำกว่าความเป็นจริง ซึ่งประเด็นนี้ใครเป็นผู้รับผิดชอบ
       
       นางรสนา กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนเองจะกลับไปศึกษาข้อกฎหมายเพื่อหาแนวทางฟ้องร้องทั้งทางแพ่งและอาญาต่อไป เนื่องจากประเทศชาติ และประชาชนได้เกิดความเสียหาย และเกิดความผิดขึ้นแล้วตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา
       
       ด้านนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เตรียมแถลงข่าวเรื่องแนวทางการแยกท่อก๊าซ ปตท.ตามคำสั่งของศาลปกครองสูงสุด ในเวลา 14.00 น.วันนี้ ขณะที่ นายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะแถลงข่าวเช่นกันในเวลา 14.30 น.ที่กระทรวงการคลัง


โดย ผู้จัดการออนไลน์ 14 ธันวาคม 2550 13:05 น.

 


<- Last Page • Next Page ->

About Me

เศรษฐกิจไทยในวันนี้ จะไปทางไหน ใครตอบได้ แนวคิด weblog นี้ เพื่อจะรวบรวมข้อมูล ข่าวสาร บทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจของประเทศไทย เพื่อเผยแผ่ และร่วมกันแสดงความเห็นทั่วไปในทางเศรษฐศาสตร์

Blog Statistics
(total loads/total visitors/today visitors)

Internet Providers Home Security

Recent Posts

• ธปท.กังวลเงินเฟ้อรอบ 2
• เชื่อฤกษ์เชื่อดาว ทางพุทธคือคนโง่
• ยกเลิกมาตรการกันสำรอง 30% “ษา” ถอยแต่ยังคาดอกเบี้ย-หวั่นเงินบาทแข็งต่อ
• เปิดยุทธศาสตร์ฟื้นฟูประเทศ ชงประชานิยมสูตรพิเศษดันจีดีพีโต 6%
• รับวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ลามข้ามโลก!
• 'ธาริษา' ยอมลดดอกเบี้ยกระตุ้น
• เตรียมตัวรับวิกฤติโลก
• ฝรั่งทิ้งหุ้นไทยแสนล. + โดมิโนเศรษฐกิจเริ่มแล้ว /ไวรัสซับไพรม์ลามโลก / จอร์จ โซโรส ชี้สุดเลวร้าย
• ปฎิบัติการจัดตั้งทีวีสาธารณะ 'คร่า' จริยธรรมสนองเจตนารมณ์ซ่อนเร้น
• วีรบุรุษหลงสนาม จาก ทีมข่าวเศรษฐกิจ นสพ.ไทยรัฐ
• ศาลฯ สั่งไม่เพิกถอนหุ้น ปตท.จากตลาด ส่วนที่ดิน-ท่อกาซ-ท่อน้ำมัน โอนคืนแผ่นดิน
• เสียดายเวลา
• ความเห็นสะท้อน จาก คอลัมน์ ศักดินาเพื่อนนายกฯ
• การ์ตูน...เกี่ยวกับความดี...ที่สะท้อนสภาพเศรษฐกิจประเทศไทยในปัจจุบัน
• เอาประชานิยม…แต่ต้องเพิ่มภาษี
• ผ่า!นโยบายเศรษฐกิจ กากบาทผิด ชีวิตคนไทยเอวัง
• ปู่ห้าว" จวกนโยบายราคารถไฟฟ้า 15 บาทตลอดสาย เพ้อเจ้อ!
• นโยบายสำหรับเศรษฐกิจไทย : เพิ่ม “การผลิต” ไม่ใช่เพียง เพิ่ม “เงิน” ง่ายๆ
• ค่าครองชีพพุ่ง เหลียวหลังแลหน้า ประชาชนจะพึ่งใคร
• ชำแหละไส้ใน “พ.ร.บ.เงินตรา” ธปท. ซ่อนเงื่อนใช้เงิน “คลังหลวง” ล้างขาดทุน
• 1 ปี เศรษฐกิจไทยกับรัฐประหาร ประเทศชาติได้อะไร?
• บินไทยกระอักเซ่นนโยบายรัฐ
• หนี้เน่ากระฉูด4แสนล.
• หนี้เน่าไตรมาส 2 เพิ่ม 9.7 หมื่นล. ภาคอุตสาหกรรมแบกหนักสุด
• แฉความจริงเศรษฐกิจไทย เตือน "ขิงแก่" เร่งเยียวยาก่อนพังพาบ
• อายเวียดนาม
• เอกชนสุดทนผลงาน “โฆสิต” ดัชนีเชื่อมั่นอุตสาหกรรมทรุดต่ำสุดในรอบ 4 ปี
• "ความรู้" ที่ท่านอาจจะ "ยังไม่รู้"
• ความเชื่อ - แนวคิด - เศรษฐกิจ - การพัฒนาชาติ
• ปชป.ทันสมัย ขาย นาฬิกาจตุคาม ????
• จตุคามํ สรณํ คจฺฉามิ ...?
• ว.วชิรเมธี : จตุคามรามเทพ
• 10 ปีผ่านไปมีอะไรเปลี่ยนแปลง?
• ทุนสำรองระหว่างประเทศ เกินพอดี อันตราย
• ส่งออกพังพาบจ่อเลิกกิจการ สัญญาณร้ายชำระหนี้ มีปัญหา
• สิ่งทอระบุปิดรง.แล้ว 200 แห่ง
• ปฏิบัติการบริหารรถไฟฟ้า ถึงเวลารัฐบาลเปิดเกมรุกรวบอำนาจ
• เตือนรัฐอย่าฝืนบิดเบือนตลาด
• พิษบาทแข็งดันนำเข้าฟุ่มเฟือยพุ่ง
• รง.การ์เม้นต์พ่ายพิษบาทแข็ง +ปิดกิจการแล้วกว่า 100 โรง/ส่งออกไตรมาสแรกต่ำสุดรอบ 20 ปี
• รถ TATA ในอนาคต 2
• รถ TATA ในอนาคต
• นโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจ: จาก Keynes ถึง Krugman
• แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับ 8 , 9 , 10
• รายชื่อรัฐวิสาหกิจ
• รายชื่อกระทรวงของประเทศไทย
• บริษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน
• สถาบันการเงินพิเศษของรัฐ
• ธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศ
• จำนวนสถาบันการเงินและบริษัทที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน
• อัดฉีดอีโคคาร์แต่วางเงื่อนไขสุดหิน
• จี้เลิกดั้นเมฆดีเซลรางลอยฟ้า สป.ชี้มีแต่สูญ มหาศาลด้านรัฐยังหวังอ้อนเจบิค
• มาลงทุนในตัวเองกันเถอะ
• สหพัฒน์” กุมขมับ คาดรายได้ทั้งเครือหาย 6.5 พันล้าน
• รถไฟฟ้ายิ่งทำยิ่งมั่ว
• ดัชนี “ด้อยพัฒนา” คอลัมน์ เหะหะพาที
• เหล็กซิลิคอนขู่ย้ายฐานลงทุน
• ห่วงคนจนรายได้ต่ำรสนิยมสูง ถลุงเงินกินเหล้า 3.8 หมื่นล้าน
• 'การเมือง' ฉุดยอดขายสินค้าวูบ 'อำพน' เผยคน ไทยไม่มีกะใจเดินจับจ่ายใช้สอย
• “สุวรรณภูมิ” กับวาระซ่อนเร้น กว่าถั่วจะสุก...งา (ทอท.) ก็ไหม้เสียก่อน
• ปลอบประโลมคนใช้รถ ปตท.ลดราคาน้ำมัน40สต.
• อสังหาริมทรัพย์ซึมยาว
• ไร้เดียงสา บ่อนทำลายเศรษฐกิจ
• รวมการ์ตูน จากนสพ.ไทยรัฐ
• การ์ตูนจากไทยรัฐ 28-5-50
• การ์ตูนจาก ไทยรัฐ 29-5-50
• ธุรกิจท่องเที่ยวภาคใต้ซึมยาว ระเบิดซ้ำซากฉุด ดัชนีอุตสาหกรรมทรุดหนัก
• การเมืองป่วนการบริโภคซบฉุดเศรษฐกิจดิ่ง หนุน นักธุรกิจไทยโกยเงินนอก
• เจบิกชะลอปล่อยกู้รถไฟสายสีม่วง
• องค์จตุคามฯมาทันเวลา คอลัมน์ สามัญสำนึก
• รัฐบาลฟันธงปีนี้จีดีพีโต 4% ส่งสัญญาณ "ได้แค่นี้ก็ดีแล้ว"
• สุวรรณภูมิจ่อชวดฮับ"คาเธ่ย์"ย้ายซบสิงคโปร์
• ตั้ง200คนซี7ดรีมทีมรีดภาษี
• คลิก! กลยุทธ์กระตุ้นกำลังซื้อ ฝ่ามรสุมเศรษฐกิจ
• รง.การ์เม้นต์พ่ายพิษบาทแข็ง +ปิดกิจการแล้วกว่า 100 โรง/ส่งออกไตรมาสแรกต่ำสุดรอบ 20 ปี
• หวั่น “ยุบพรรค” ทำเศรษฐกิจช็อก สอท.ผวาบานปลาย ดับไม่ได้กู่ไม่กลับแน่
• พลังงานยันเอาอยู่ปัญหาราคาน้ำมัน
• ฟ้องศาลน้ำมันแพง ใครกำไรใครขาดทุน
• เมื่อรถไฟฟ้ากลายเป็นรถดีเซลราง
• พรุ่งนี้มีคำตอบ
• น้ำมันแพงฉุดเศรษฐกิจฟื้นจำกัด รอรัฐบาลหน้า-ประชาชนระทม
• คนไทยหนี้นอกระบบท่วมหัว เศรษฐกิจบักโกรกรายได้ไม่พอใช้ต้องกู้ซื้อสินค้ายังชีพ
• ภูฏาน-ดัชนีความสุขเริ่มหายไป
• บริษัทใหม่วูบ 20.76% - รับเหมาเจ๊ง
• พิษเศรษฐกิจคนไทยเงินขาดมือ
• รายได้ขาดมือเหตุก่อหนี้เพิ่ม หอการค้าไม่เครียด ให้คะแนนผลงานขิงแก่ 7:10
• คลังเพิ่มขาดดุลงบประมาณปี51 ชงขุนคลังเคาะ 4.5-5หมื่นล้าน งบลงทุนถูกโยกเป็นงบลับทหาร
• ระวังบ้านเมืองพัง ทรงเตือน คลี่วิกฤติยุบพรรค [25 พ.ค. 50 - 02:47]
• ฐานะการคลังส่อวิกฤต ยอมรับ 7 เดือนแรกปีงบ 50 ขาดดุลเงินสดกว่า 2.17 แสนล้านบาท
• เศรษฐกิจพอเพียง เพียงพอต่อการบริหารประเทศ จริงหรือ?

Friends