เศรษฐกิจประเทศไทย

2008-Jan-29 - 'ธาริษา' ยอมลดดอกเบี้ยกระตุ้น

ธาริษา' ยอมลดดอกเบี้ยกระตุ้น [29 ม.ค. 51 - 04:23]

นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงแนวทางการดำเนินนโยบายการเงินในปี 2551 โดยยอมรับว่า ความผันผวนของปัจจัยที่จะเข้ามากระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปีนี้มีมากกว่า ซึ่งทำให้การดำเนินนโยบายการเงินยากลำบากกว่าปีที่ผ่านมา หลังจากที่เศรษฐกิจสหรัฐฯถดถอย ทั้งนี้ ธปท.พบว่า มี 3 ความท้าทายหลักในการดำเนินนโยบายการเงินในปีนี้ คือ 1. ธปท.จะดำเนินนโยบายการเงินอย่างไร ภายใต้ภาวะน้ำมันแพง ซึ่งกดดันเงินเฟ้อ ขณะที่การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยยังคงเปราะบาง ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงทั้งในและนอกประเทศ 2. ธปท.จะดูแลอัตราแลกเปลี่ยนและเงินทุนเคลื่อนย้ายอย่างไรภายใต้วิกฤติการเงินโลกในขณะนี้ ที่จะมีเงินไหลเข้าออกอย่างรวดเร็ว และผันผวน 3. ธปท.จะดูแลความมั่นคงของระบบสถาบันการเงินไทยอย่างไร ภายใต้สภาพแวดล้อมทางการเงินโลกที่เปลี่ยนแปลงไป

จากการประเมินล่าสุด ความเสี่ยงในการขยายตัวลดลงของเศรษฐกิจไทยมีมากกว่า แรงกดดันในด้านเงินเฟ้อ จากเหตุผลที่ว่า หากเศรษฐกิจสหรัฐฯถดถอย การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ คงไม่สูงอย่างช่วงที่ผ่านมา ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อ ดังนั้น ภายใต้กรอบนโยบายการดูแลอัตราเงินเฟ้อ (Inflation Targeting) ซึ่งมีความยืดหยุ่นมาก และมีเป้าหมายสุดท้ายคือการควบคุมอัตราเงินเฟ้อเพื่อให้ประเทศสามารถเติบโตได้อย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืน 

“นโยบายการเงินขณะนี้จะเอื้อต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยเป็นหลัก ตราบใดที่ยังไม่เกิดแรงกดดันที่ทำให้เงินเฟ้อสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดโดยอัตราดอกเบี้ยนโยบาย สามารถใช้ได้อย่างยืดหยุ่นและเหมาะสม โดยในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินในครั้งที่ผ่านมา ไม่ได้ตั้งแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยไว้ในทิศทางใด แต่พร้อมที่จะใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ หากมีความเสี่ยงที่จะขยายตัวลดลง ในขณะที่แรงกดดันเงินเฟ้อยังต่ำ”

ผู้ว่าการ  ธปท.กล่าวต่อถึงนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทว่า ตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ปัญหาการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดที่เรื้อรัง บวกกับปัญหาวิกฤติซับไพร์ม เป็นปัจจัยสำคัญให้เงินทุนไหลสู่เอเชีย และค่าเงินบาทแข็งขึ้น แต่ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงต่ำสุดในประวัติการณ์เมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ได้ทำให้มีการประเมินทิศทางดอลลาร์ไปในทิศทางที่ต่างกัน ดังนั้น นโยบายในเบื้องต้น ธปท.สนับสนุนให้ผู้นำเข้า ส่งออก นักลงทุน และผู้ที่กู้เงินต่างประเทศ ทำประกัน ความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ โดยเชื่อว่าค่าเงินบาทในปีนี้มีแนวโน้มที่จะแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง แต่การแข็งค่าจะมีผลดีในส่วนที่จะลดแรงกดดันเงินเฟ้อ ซึ่งจะช่วยลดการชะลอตัวของภาวะเศรษฐกิจโดยรวม แต่การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทนั้น จะต้องอยู่ภายใต้ดัชนีค่าเงินบาทที่แท้จริงที่แข่งขันได้ และการแข็งค่าขึ้นจะต้องเป็นไปตามคู่ค้าและคู่แข่งอย่างไม่ผันผวน 

อย่างไรก็ดี ธปท.กำลังหารือกับคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์   และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ก.ล.ต.) เพื่อเพิ่มเงินลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศมากขึ้น รวมทั้งมาตรการเพิ่มระยะเวลาการถือครองเงินดอลลาร์ของผู้ส่งออก จาก 120 วัน เป็น 360 วัน โดยคาดว่าจะออกได้ในรัฐบาลใหม่นี้

นางธาริษายังได้กล่าวถึงการดูแลระบบสถาบันการเงินในช่วงต่อไปว่า ธปท.เน้นการกำกับดูแล โดยให้สถาบันการเงินมีการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม และรับมือกับการแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้นจากต่างประเทศ และเชื่อว่าสถาบันการเงินของไทยจะไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาซับไพร์ม เนื่องจากมีการลงทุนในตลาดเพียง 0.6% ของสินทรัพย์รวมของระบบสถาบันการเงิน ซึ่งหากมีผลขาดทุนใดก็จะยังไม่กระทบต่อทุนของระบบสถาบันการเงิน ขณะเดียวกัน แม้ว่าสถาบันการเงินในสหรัฐฯ และหลายประเทศ จะมีความระมัดระวังปล่อยสินเชื่อจากผลขาดทุนจากซับไพร์ม แต่ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อสถาบันการเงินไทยให้ลดหรือระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อในระยะต่อไป เพื่อช่วยกระตุ้นการขยายตัวของเศรษฐกิจ

สำหรับการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ที่จะเน้นการใช้จ่ายและลงทุน ด้วยนโยบายประชานิยมเต็มสูตรว่า ธปท.ยอมรับว่า การใช้นโยบายการคลังในการใช้จ่าย และการลงทุนเพิ่มขึ้น   รวมทั้งการขาดดุลงบประมาณเป็นสิ่งที่จำเป็นในการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยที่เปราะบางในช่วงนี้ เพราะการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น และการลงทุนของภาครัฐ จะช่วยให้เอกชนมั่นใจใช้จ่าย และส่งสัญญาณชัดเจนให้เกิดการลงทุนใหม่ ส่วนการที่รัฐบาลใหม่ต้องการยกเลิกมาตรการสำรองเงินทุนนำเข้า 30% และลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายทันทีนั้น  ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า ทุกคนหวังดีกับประเทศชาติทั้งนั้น   แต่ขณะที่เศรษฐกิจในประเทศ และต่างประเทศมีความผันผวน จะต้องหารือกันให้ชัดเจนก่อน และในขณะมาตรการกันสำรอง 30% ได้รับการผ่อนคลายมา 2 ครั้งแล้ว.

 

ข่าว จาก นสพ.ไทยรัฐ

ปีที่ 59 ฉบับที่ 18270 วันอังคาร ที่ 29 มกราคม 2551

 
 


<- Last Page • Next Page ->

About Me

เศรษฐกิจไทยในวันนี้ จะไปทางไหน ใครตอบได้ แนวคิด weblog นี้ เพื่อจะรวบรวมข้อมูล ข่าวสาร บทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจของประเทศไทย เพื่อเผยแผ่ และร่วมกันแสดงความเห็นทั่วไปในทางเศรษฐศาสตร์

Blog Statistics
(total loads/total visitors/today visitors)

Internet Providers Home Security

Recent Posts

• ธปท.กังวลเงินเฟ้อรอบ 2
• เชื่อฤกษ์เชื่อดาว ทางพุทธคือคนโง่
• ยกเลิกมาตรการกันสำรอง 30% “ษา” ถอยแต่ยังคาดอกเบี้ย-หวั่นเงินบาทแข็งต่อ
• เปิดยุทธศาสตร์ฟื้นฟูประเทศ ชงประชานิยมสูตรพิเศษดันจีดีพีโต 6%
• รับวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ลามข้ามโลก!
• 'ธาริษา' ยอมลดดอกเบี้ยกระตุ้น
• เตรียมตัวรับวิกฤติโลก
• ฝรั่งทิ้งหุ้นไทยแสนล. + โดมิโนเศรษฐกิจเริ่มแล้ว /ไวรัสซับไพรม์ลามโลก / จอร์จ โซโรส ชี้สุดเลวร้าย
• ปฎิบัติการจัดตั้งทีวีสาธารณะ 'คร่า' จริยธรรมสนองเจตนารมณ์ซ่อนเร้น
• วีรบุรุษหลงสนาม จาก ทีมข่าวเศรษฐกิจ นสพ.ไทยรัฐ
• ศาลฯ สั่งไม่เพิกถอนหุ้น ปตท.จากตลาด ส่วนที่ดิน-ท่อกาซ-ท่อน้ำมัน โอนคืนแผ่นดิน
• เสียดายเวลา
• ความเห็นสะท้อน จาก คอลัมน์ ศักดินาเพื่อนนายกฯ
• การ์ตูน...เกี่ยวกับความดี...ที่สะท้อนสภาพเศรษฐกิจประเทศไทยในปัจจุบัน
• เอาประชานิยม…แต่ต้องเพิ่มภาษี
• ผ่า!นโยบายเศรษฐกิจ กากบาทผิด ชีวิตคนไทยเอวัง
• ปู่ห้าว" จวกนโยบายราคารถไฟฟ้า 15 บาทตลอดสาย เพ้อเจ้อ!
• นโยบายสำหรับเศรษฐกิจไทย : เพิ่ม “การผลิต” ไม่ใช่เพียง เพิ่ม “เงิน” ง่ายๆ
• ค่าครองชีพพุ่ง เหลียวหลังแลหน้า ประชาชนจะพึ่งใคร
• ชำแหละไส้ใน “พ.ร.บ.เงินตรา” ธปท. ซ่อนเงื่อนใช้เงิน “คลังหลวง” ล้างขาดทุน
• 1 ปี เศรษฐกิจไทยกับรัฐประหาร ประเทศชาติได้อะไร?
• บินไทยกระอักเซ่นนโยบายรัฐ
• หนี้เน่ากระฉูด4แสนล.
• หนี้เน่าไตรมาส 2 เพิ่ม 9.7 หมื่นล. ภาคอุตสาหกรรมแบกหนักสุด
• แฉความจริงเศรษฐกิจไทย เตือน "ขิงแก่" เร่งเยียวยาก่อนพังพาบ
• อายเวียดนาม
• เอกชนสุดทนผลงาน “โฆสิต” ดัชนีเชื่อมั่นอุตสาหกรรมทรุดต่ำสุดในรอบ 4 ปี
• "ความรู้" ที่ท่านอาจจะ "ยังไม่รู้"
• ความเชื่อ - แนวคิด - เศรษฐกิจ - การพัฒนาชาติ
• ปชป.ทันสมัย ขาย นาฬิกาจตุคาม ????
• จตุคามํ สรณํ คจฺฉามิ ...?
• ว.วชิรเมธี : จตุคามรามเทพ
• 10 ปีผ่านไปมีอะไรเปลี่ยนแปลง?
• ทุนสำรองระหว่างประเทศ เกินพอดี อันตราย
• ส่งออกพังพาบจ่อเลิกกิจการ สัญญาณร้ายชำระหนี้ มีปัญหา
• สิ่งทอระบุปิดรง.แล้ว 200 แห่ง
• ปฏิบัติการบริหารรถไฟฟ้า ถึงเวลารัฐบาลเปิดเกมรุกรวบอำนาจ
• เตือนรัฐอย่าฝืนบิดเบือนตลาด
• พิษบาทแข็งดันนำเข้าฟุ่มเฟือยพุ่ง
• รง.การ์เม้นต์พ่ายพิษบาทแข็ง +ปิดกิจการแล้วกว่า 100 โรง/ส่งออกไตรมาสแรกต่ำสุดรอบ 20 ปี
• รถ TATA ในอนาคต 2
• รถ TATA ในอนาคต
• นโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจ: จาก Keynes ถึง Krugman
• แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับ 8 , 9 , 10
• รายชื่อรัฐวิสาหกิจ
• รายชื่อกระทรวงของประเทศไทย
• บริษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน
• สถาบันการเงินพิเศษของรัฐ
• ธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศ
• จำนวนสถาบันการเงินและบริษัทที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน
• อัดฉีดอีโคคาร์แต่วางเงื่อนไขสุดหิน
• จี้เลิกดั้นเมฆดีเซลรางลอยฟ้า สป.ชี้มีแต่สูญ มหาศาลด้านรัฐยังหวังอ้อนเจบิค
• มาลงทุนในตัวเองกันเถอะ
• สหพัฒน์” กุมขมับ คาดรายได้ทั้งเครือหาย 6.5 พันล้าน
• รถไฟฟ้ายิ่งทำยิ่งมั่ว
• ดัชนี “ด้อยพัฒนา” คอลัมน์ เหะหะพาที
• เหล็กซิลิคอนขู่ย้ายฐานลงทุน
• ห่วงคนจนรายได้ต่ำรสนิยมสูง ถลุงเงินกินเหล้า 3.8 หมื่นล้าน
• 'การเมือง' ฉุดยอดขายสินค้าวูบ 'อำพน' เผยคน ไทยไม่มีกะใจเดินจับจ่ายใช้สอย
• “สุวรรณภูมิ” กับวาระซ่อนเร้น กว่าถั่วจะสุก...งา (ทอท.) ก็ไหม้เสียก่อน
• ปลอบประโลมคนใช้รถ ปตท.ลดราคาน้ำมัน40สต.
• อสังหาริมทรัพย์ซึมยาว
• ไร้เดียงสา บ่อนทำลายเศรษฐกิจ
• รวมการ์ตูน จากนสพ.ไทยรัฐ
• การ์ตูนจากไทยรัฐ 28-5-50
• การ์ตูนจาก ไทยรัฐ 29-5-50
• ธุรกิจท่องเที่ยวภาคใต้ซึมยาว ระเบิดซ้ำซากฉุด ดัชนีอุตสาหกรรมทรุดหนัก
• การเมืองป่วนการบริโภคซบฉุดเศรษฐกิจดิ่ง หนุน นักธุรกิจไทยโกยเงินนอก
• เจบิกชะลอปล่อยกู้รถไฟสายสีม่วง
• องค์จตุคามฯมาทันเวลา คอลัมน์ สามัญสำนึก
• รัฐบาลฟันธงปีนี้จีดีพีโต 4% ส่งสัญญาณ "ได้แค่นี้ก็ดีแล้ว"
• สุวรรณภูมิจ่อชวดฮับ"คาเธ่ย์"ย้ายซบสิงคโปร์
• ตั้ง200คนซี7ดรีมทีมรีดภาษี
• คลิก! กลยุทธ์กระตุ้นกำลังซื้อ ฝ่ามรสุมเศรษฐกิจ
• รง.การ์เม้นต์พ่ายพิษบาทแข็ง +ปิดกิจการแล้วกว่า 100 โรง/ส่งออกไตรมาสแรกต่ำสุดรอบ 20 ปี
• หวั่น “ยุบพรรค” ทำเศรษฐกิจช็อก สอท.ผวาบานปลาย ดับไม่ได้กู่ไม่กลับแน่
• พลังงานยันเอาอยู่ปัญหาราคาน้ำมัน
• ฟ้องศาลน้ำมันแพง ใครกำไรใครขาดทุน
• เมื่อรถไฟฟ้ากลายเป็นรถดีเซลราง
• พรุ่งนี้มีคำตอบ
• น้ำมันแพงฉุดเศรษฐกิจฟื้นจำกัด รอรัฐบาลหน้า-ประชาชนระทม
• คนไทยหนี้นอกระบบท่วมหัว เศรษฐกิจบักโกรกรายได้ไม่พอใช้ต้องกู้ซื้อสินค้ายังชีพ
• ภูฏาน-ดัชนีความสุขเริ่มหายไป
• บริษัทใหม่วูบ 20.76% - รับเหมาเจ๊ง
• พิษเศรษฐกิจคนไทยเงินขาดมือ
• รายได้ขาดมือเหตุก่อหนี้เพิ่ม หอการค้าไม่เครียด ให้คะแนนผลงานขิงแก่ 7:10
• คลังเพิ่มขาดดุลงบประมาณปี51 ชงขุนคลังเคาะ 4.5-5หมื่นล้าน งบลงทุนถูกโยกเป็นงบลับทหาร
• ระวังบ้านเมืองพัง ทรงเตือน คลี่วิกฤติยุบพรรค [25 พ.ค. 50 - 02:47]
• ฐานะการคลังส่อวิกฤต ยอมรับ 7 เดือนแรกปีงบ 50 ขาดดุลเงินสดกว่า 2.17 แสนล้านบาท
• เศรษฐกิจพอเพียง เพียงพอต่อการบริหารประเทศ จริงหรือ?

Friends