เศรษฐกิจประเทศไทย

2008-Apr-20 - เชื่อฤกษ์เชื่อดาว ทางพุทธคือคนโง่

เชื่อฤกษ์เชื่อดาว ทางพุทธคือคนโง่ [19 เม.ย. 51 - 16:39]

 

 

โหราศาสตร์ในทัศนะท่าน ว.วชิรเมธี ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย แน่นอน...แตกต่างจากทัศนะของพระบางรูป... โดยเฉพาะรูปที่กำลังเอาจริงเอาจังกับงานใหญ่ พิธีกรรม... ต้อนรับดาวราหู

ก่อนหน้าที่พระพุทธศาสนาจะอุบัติขึ้นมานั้น มีศาสนาต่างๆดำรงอยู่ในโลกมาก่อนแล้ว ศาสนาต่างๆเหล่านั้น ต่างก็เสนอคำตอบต่อโลกและชีวิตแตกต่างกันไปตามแต่ศาสดาของตนเชื่อถือ

ครั้นเมื่อพระพุทธศาสนาเกิดขึ้นมาในโลกแล้ว พระพุทธเจ้าก็ทรงนำเสนอคำสอนของพระองค์เพื่อให้เป็น...“ทางเลือกใหม่” แก่สังคม ร่วมสมัยในยุคนั้น

(รวมทั้ง...ในยุคนี้)

หนึ่งในทางเลือกใหม่ของพระองค์ ก็คือ การที่ทรงเสนอเรื่องชะตากรรมของคน ว่าเป็นผลของการกระทำของมนุษย์เอง

ไม่ใช่เป็นผลแห่งการกระทำของมือที่มองไม่เห็น...invisible hand อย่าง พระพรหม พระอิศวร หรือเป็นอิทธิพลของฤกษ์งามยามดี

รวมทั้งชะตากรรมก็ไม่ใช่อิทธิพลของดวงดาวบนท้องฟ้า หากแต่เป็นเพราะ “มันสมอง สองมือของมนุษย์แท้ๆ”

ท่าน ว.วชิรเมธี ย้ำว่า ก็เพราะทรงค้นพบความจริงสากลว่า เทพเจ้าเหล่านั้น ไม่ได้มีตัวตนอยู่จริง หรือดวงดาวทั้งหลายก็เป็นเพียงวัตถุอย่างหนึ่งในระบบสุริยจักรวาลเท่านั้น ไม่ได้มีอำนาจพิเศษอะไร

หลักคำสอนของพระองค์ในเรื่องนี้ ที่ทรงชี้เอาไว้ชัดๆ ชนิดไม่ต้องตีความหมายมีอยู่มากมาย ดังต่อไปนี้

หนึ่ง...สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม...การกระทำ

สอง...หว่านพืชเช่นใด ได้ผลเช่นนั้น คนทำดีย่อมได้ดี ทำชั่ว ย่อมได้ชั่ว

สาม...ภิกษุทั้งหลาย สัตว์เหล่าใดประพฤติชอบด้วยกาย ประพฤติชอบด้วยวาจา ประพฤติชอบด้วยใจ ในเวลาเช้า...เวลาเช้า ก็เป็นเวลาที่ดีของสัตว์เหล่านั้น

สัตว์เหล่าใดประพฤติชอบด้วยกาย ประพฤติชอบด้วยวาจา ประพฤติชอบด้วยใจ ในเวลาเที่ยง...เวลาเที่ยง ก็เป็นเวลาที่ดีของสัตว์เหล่านั้น

สัตว์เหล่าใดประพฤติชอบด้วยกาย ประพฤติชอบด้วยวาจา ประพฤติชอบด้วยใจ ในเวลาเย็น...เวลาเย็น ก็เป็นเวลาที่ดีของสัตว์เหล่านั้น

กล่าวโดยสรุป... “สัตว์ทั้งหลาย ประพฤติชอบในเวลาใด เวลานั้นชื่อว่าเป็นฤกษ์ดี มงคลดี สว่างดี รุ่งดี...”

พูดง่ายๆ ก็คือ “ฤกษ์ดี เพราะคนมันดี” และ “ดวงดี ก็เพราะคนดี”

คนเป็นผู้สร้างดวง...ไม่ใช่ดวงเป็นผู้สร้างคน

ส่วนเรื่องของดวงดาว หรือโหราศาสตร์ นั้น พระพุทธองค์ตรัสไว้ แบบ...คม...ชัด...ลึก ชนิดไม่ต้องตีความตรงๆว่า

“...ประโยชน์ได้ล่วงเลยคนโง่เขลา ที่มัวรอคอยฤกษ์ยามอยู่

ประโยชน์นั่นแหละเป็นฤกษ์ของประโยชน์

ดวงดาวทั้งหลายจักทำอะไรก็ได้....”

ท่าน ว.วชิรเมธี บอกว่า การที่พระพุทธองค์กล้ายืนยัน ว่า...ชีวิตมนุษย์นั้นเป็นผลผลิต ซึ่งเกิดขึ้นจากการกระทำของมนุษย์เอง ก็เพราะทรงค้นพบกฎของความจริงของธรรมชาติ ที่ว่า...

“สิ่งต่างๆในโลก ล้วนดำเนินไปในลักษณะเป็นเงื่อนไขปัจจัย แก่กันและกัน สิ่งนี้...มี สิ่งนี้...จึงมี สิ่งนี้...ไม่มี สิ่งนี้...จึงไม่มี”

หมายความว่า...สิ่งต่างๆ รวมทั้งความเป็นไปในชีวิตของคน ล้วนไหลเลื่อนไปตามเหตุ ตามปัจจัย ไม่เกี่ยวกับเทพเจ้าหรือดวงดาวที่ไหนมาดลบันดาลทั้งสิ้น

“กฎแห่งความจริงอย่างนี้ เป็นที่ยอมรับกันแม้ในหมู่นักวิทยาศาสตร์...จนทุกวันนี้”

ท่าน ว.วชิรเมธี ว่า

เมื่อนำเอากฎแห่งความจริงชุดนี้มามองชะตากรรมของสังคมไทย ก็จะค้นพบความจริงด้วย “ปัญญามนุษย์” อย่างเราๆนี่เอง

“เมืองไทยในปีนี้ มีแนวโน้มสูงมากที่จะเกิดความรุนแรง และเกิดการปฏิวัติรัฐประหารซ้ำซาก เนื่องจากเงื่อนไขต่างๆยังเอื้อให้เป็นอย่างนั้น”

การใช้อำนาจโดยขาดความยุติธรรม ยังคงมีอยู่

การไม่เคารพกระบวนการยุติธรรม

การบริหารที่ขาดธรรมาภิบาล

การคอรัปชันยังคงมีอยู่สูงยิ่ง

กลุ่มต่างๆ ทางการเมือง ยังก้าวไม่พ้น “ผลประโยชน์”

สังคมไทย ยังคงแบ่งฝ่ายชัดเจน

การเมืองยังคงตกอยู่ใต้ระบบพวกมากลากไป และมีการผูกขาดอำนาจสูง

ปัญหาที่เป็นเงื่อนไขแห่งความยุ่งเหยิงเหล่านี้ ท่าน ว.วชิรเมธี บอกว่า ไม่ต้องใช้ “หมอดูตาทิพย์” อย่าง...สุมาเต็กโช หมอดูเทวดาสมัยสามก๊ก หรอก

“คนธรรมดาอย่างเราๆนี่เอง ก็สามารถบอกได้อย่างแม่นยำว่า เหตุปัจจัยเหล่านี้ ยังคงดำรงอยู่ในสังคมไทย ความเป็นไปได้ที่จะเกิดวิกฤตการณ์ก็ยังคงมีอยู่นั่นเอง”

กล่าวโดยสรุป...

ความวุ่นวายทั้งหลายในทางการเมืองก็ดี ทางสังคมไทยก็ดี ในเวลานี้ เกิดขึ้น ดำรงอยู่ และยุติลงไปได้ ไม่ใช่เพราะหมอดูมาบอกว่า...มันต้องเกิด

หรือไม่ใช่ เพราะไปทำพิธีตัดกรรม กับหมอดู มันจึงจะดับลง

แต่...ที่ชาติบ้านเมืองของเราวุ่นวาย ก็เพราะพวกเราคนไทยด้วยกันนี่เอง ที่เป็นคนทำ และที่มันจะยุติลงไป ก็เพราะเราคนไทยด้วยกันอีกนั่นแหละ

ทัศนะของท่าน ว.วชิรเมธี วิบากกรรม หรือกรรมเก่าของสังคมไทย จึงไม่ใช่ว่า...เพราะดวงเมืองไม่ดี จึงเกิดกลียุคบ่อยๆ

หรือ...เพราะดวงของนายกรัฐมนตรีไม่ดี บ้านเมืองนี้จึงมีเคราะห์ซ้ำซาก

แท้ที่จริงนั้น วิบากกรรมของสังคมไทยไม่ได้เกิดจากดวงเมืองไม่ดี แต่เกิดจากการที่เราปล่อยให้ “คนไม่ดีขึ้นมามีอิทธิพลเหนือบ้านเมือง”...ครั้งแล้วครั้งเล่า

และที่เมืองไทยของเรามีเคราะห์ซ้ำซาก ก็เพราะเราคนไทยส่วนใหญ่ ก็ป่วยด้วยโรค “ขาดการวิเคราะห์” เป็นสำคัญ

เมื่อไหร่ก็ตามที่ “คนดี” ขึ้นมาบริหารประเทศชาติบ้านเมือง และบ้านเมืองมีค่านิยมยกย่องส่งเสริมคนดี เมื่อนั้น...วิบากกรรมของประเทศไทยก็จะจบสิ้น

เมื่อไหร่ก็ตามที่คนไทยรู้จัก “คิดวิเคราะห์” เมื่อนั้น เคราะห์กรรมของแผ่นดินก็จะหายไป

“หมอดู...ไม่ต้องไปตำหนิท่านหรอก”

ท่าน ว.วชิรเมธี ว่า

“ท่าน...ไม่ได้ตั้งใจจะออกมาทำนาย เพื่อสร้างความเป็นผู้ทรงอิทธิพลอะไรในแผ่นดินเลย”

ที่คนไปมองว่า ท่านเป็นผู้ทรงอิทธิพลต่อการเมืองและต่อสังคมไทยนั้น ก็เป็นเพราะ...พวกเรายังขาด “การคิดเชิงวิเคราะห์” เท่านั้นเอง

เมื่อไหร่คนไทย “คิดเชิงวิเคราะห์เป็น” เมื่อนั้น...อิทธิพลของหมอดูก็จะหมดไปโดยอัตโนมัติ

 

ที่มา นสพ.ไทยรัฐ [19 เม.ย. 51 - 16:39]

 

ความเห็นเพิ่มเติม  สงสัยว่ากว่าจะ "คิดเชิงวิเคราะห์เป็น"  ประเทศชาติของเราก็คงวิบัติกันหมดแล้ว  เพราะสมองแต่ละฝ่าย (ทั้งพวกบริหาร พวกแค้น พวกค้าน พวกเสี่ยม พวกบู๊) ล้วนเต็มไปด้วยความเชื่อในดวงและดาวกันหมดแล้วครับท่าน  ขนาดหนังสือพิมพ์เองก็เขียนแต่เรื่องอภินิหารสารพัดเกือบทุกวัน  โฆษณาชวนเชื่อก็มากมาย  เขียนเรื่องดวงทุกวันทุกฉบับ   ท่านควรเทศน์สอนและเขียนเรื่องแนวนี้บ่อยๆครับ   เพราะโดนใจเหลือเกิน    ทุกคนจะได้เลิกงมงายกันเสียทีหันมาใช้สมองคิดแทนเท้าที่เที่ยวเดินตามคนไปทำพิธีกรรมต่างๆ  กลับใจมาพึ่งตนเอง พึ่งความรู้ ความสามารถ  และเชื่อมั่นในศาสนาอย่างแท้จริง  กราบนมัสการท่าน ว.วชิรเมธี  โดยความเคารพอย่างสูงด้วยความจริงใจ


2009-Apr-30 - ผ่านมาครับ

Posted by chatchalearm
หมอดูย่อมคู่หมอเดา
แวะมาทักทาย
วันนี้ลองเอาแบบทดสอบมาให้ลองทำกันดูซิว่าจะมี Sense กันแค่ไหน
ยังไงก็ของฝาก blog ไว้นีสสสส์นึงละกันนะ
http://buncheethai.exteen.com
อ่อออ มีโปรแกรมด้วยนะ
Permanent Link

<- Last Page • Next Page ->

About Me

เศรษฐกิจไทยในวันนี้ จะไปทางไหน ใครตอบได้ แนวคิด weblog นี้ เพื่อจะรวบรวมข้อมูล ข่าวสาร บทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจของประเทศไทย เพื่อเผยแผ่ และร่วมกันแสดงความเห็นทั่วไปในทางเศรษฐศาสตร์

Blog Statistics
(total loads/total visitors/today visitors)

Internet Providers Home Security

Recent Posts

• ธปท.กังวลเงินเฟ้อรอบ 2
• เชื่อฤกษ์เชื่อดาว ทางพุทธคือคนโง่
• ยกเลิกมาตรการกันสำรอง 30% “ษา” ถอยแต่ยังคาดอกเบี้ย-หวั่นเงินบาทแข็งต่อ
• เปิดยุทธศาสตร์ฟื้นฟูประเทศ ชงประชานิยมสูตรพิเศษดันจีดีพีโต 6%
• รับวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ลามข้ามโลก!
• 'ธาริษา' ยอมลดดอกเบี้ยกระตุ้น
• เตรียมตัวรับวิกฤติโลก
• ฝรั่งทิ้งหุ้นไทยแสนล. + โดมิโนเศรษฐกิจเริ่มแล้ว /ไวรัสซับไพรม์ลามโลก / จอร์จ โซโรส ชี้สุดเลวร้าย
• ปฎิบัติการจัดตั้งทีวีสาธารณะ 'คร่า' จริยธรรมสนองเจตนารมณ์ซ่อนเร้น
• วีรบุรุษหลงสนาม จาก ทีมข่าวเศรษฐกิจ นสพ.ไทยรัฐ
• ศาลฯ สั่งไม่เพิกถอนหุ้น ปตท.จากตลาด ส่วนที่ดิน-ท่อกาซ-ท่อน้ำมัน โอนคืนแผ่นดิน
• เสียดายเวลา
• ความเห็นสะท้อน จาก คอลัมน์ ศักดินาเพื่อนนายกฯ
• การ์ตูน...เกี่ยวกับความดี...ที่สะท้อนสภาพเศรษฐกิจประเทศไทยในปัจจุบัน
• เอาประชานิยม…แต่ต้องเพิ่มภาษี
• ผ่า!นโยบายเศรษฐกิจ กากบาทผิด ชีวิตคนไทยเอวัง
• ปู่ห้าว" จวกนโยบายราคารถไฟฟ้า 15 บาทตลอดสาย เพ้อเจ้อ!
• นโยบายสำหรับเศรษฐกิจไทย : เพิ่ม “การผลิต” ไม่ใช่เพียง เพิ่ม “เงิน” ง่ายๆ
• ค่าครองชีพพุ่ง เหลียวหลังแลหน้า ประชาชนจะพึ่งใคร
• ชำแหละไส้ใน “พ.ร.บ.เงินตรา” ธปท. ซ่อนเงื่อนใช้เงิน “คลังหลวง” ล้างขาดทุน
• 1 ปี เศรษฐกิจไทยกับรัฐประหาร ประเทศชาติได้อะไร?
• บินไทยกระอักเซ่นนโยบายรัฐ
• หนี้เน่ากระฉูด4แสนล.
• หนี้เน่าไตรมาส 2 เพิ่ม 9.7 หมื่นล. ภาคอุตสาหกรรมแบกหนักสุด
• แฉความจริงเศรษฐกิจไทย เตือน "ขิงแก่" เร่งเยียวยาก่อนพังพาบ
• อายเวียดนาม
• เอกชนสุดทนผลงาน “โฆสิต” ดัชนีเชื่อมั่นอุตสาหกรรมทรุดต่ำสุดในรอบ 4 ปี
• "ความรู้" ที่ท่านอาจจะ "ยังไม่รู้"
• ความเชื่อ - แนวคิด - เศรษฐกิจ - การพัฒนาชาติ
• ปชป.ทันสมัย ขาย นาฬิกาจตุคาม ????
• จตุคามํ สรณํ คจฺฉามิ ...?
• ว.วชิรเมธี : จตุคามรามเทพ
• 10 ปีผ่านไปมีอะไรเปลี่ยนแปลง?
• ทุนสำรองระหว่างประเทศ เกินพอดี อันตราย
• ส่งออกพังพาบจ่อเลิกกิจการ สัญญาณร้ายชำระหนี้ มีปัญหา
• สิ่งทอระบุปิดรง.แล้ว 200 แห่ง
• ปฏิบัติการบริหารรถไฟฟ้า ถึงเวลารัฐบาลเปิดเกมรุกรวบอำนาจ
• เตือนรัฐอย่าฝืนบิดเบือนตลาด
• พิษบาทแข็งดันนำเข้าฟุ่มเฟือยพุ่ง
• รง.การ์เม้นต์พ่ายพิษบาทแข็ง +ปิดกิจการแล้วกว่า 100 โรง/ส่งออกไตรมาสแรกต่ำสุดรอบ 20 ปี
• รถ TATA ในอนาคต 2
• รถ TATA ในอนาคต
• นโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจ: จาก Keynes ถึง Krugman
• แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับ 8 , 9 , 10
• รายชื่อรัฐวิสาหกิจ
• รายชื่อกระทรวงของประเทศไทย
• บริษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน
• สถาบันการเงินพิเศษของรัฐ
• ธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศ
• จำนวนสถาบันการเงินและบริษัทที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน
• อัดฉีดอีโคคาร์แต่วางเงื่อนไขสุดหิน
• จี้เลิกดั้นเมฆดีเซลรางลอยฟ้า สป.ชี้มีแต่สูญ มหาศาลด้านรัฐยังหวังอ้อนเจบิค
• มาลงทุนในตัวเองกันเถอะ
• สหพัฒน์” กุมขมับ คาดรายได้ทั้งเครือหาย 6.5 พันล้าน
• รถไฟฟ้ายิ่งทำยิ่งมั่ว
• ดัชนี “ด้อยพัฒนา” คอลัมน์ เหะหะพาที
• เหล็กซิลิคอนขู่ย้ายฐานลงทุน
• ห่วงคนจนรายได้ต่ำรสนิยมสูง ถลุงเงินกินเหล้า 3.8 หมื่นล้าน
• 'การเมือง' ฉุดยอดขายสินค้าวูบ 'อำพน' เผยคน ไทยไม่มีกะใจเดินจับจ่ายใช้สอย
• “สุวรรณภูมิ” กับวาระซ่อนเร้น กว่าถั่วจะสุก...งา (ทอท.) ก็ไหม้เสียก่อน
• ปลอบประโลมคนใช้รถ ปตท.ลดราคาน้ำมัน40สต.
• อสังหาริมทรัพย์ซึมยาว
• ไร้เดียงสา บ่อนทำลายเศรษฐกิจ
• รวมการ์ตูน จากนสพ.ไทยรัฐ
• การ์ตูนจากไทยรัฐ 28-5-50
• การ์ตูนจาก ไทยรัฐ 29-5-50
• ธุรกิจท่องเที่ยวภาคใต้ซึมยาว ระเบิดซ้ำซากฉุด ดัชนีอุตสาหกรรมทรุดหนัก
• การเมืองป่วนการบริโภคซบฉุดเศรษฐกิจดิ่ง หนุน นักธุรกิจไทยโกยเงินนอก
• เจบิกชะลอปล่อยกู้รถไฟสายสีม่วง
• องค์จตุคามฯมาทันเวลา คอลัมน์ สามัญสำนึก
• รัฐบาลฟันธงปีนี้จีดีพีโต 4% ส่งสัญญาณ "ได้แค่นี้ก็ดีแล้ว"
• สุวรรณภูมิจ่อชวดฮับ"คาเธ่ย์"ย้ายซบสิงคโปร์
• ตั้ง200คนซี7ดรีมทีมรีดภาษี
• คลิก! กลยุทธ์กระตุ้นกำลังซื้อ ฝ่ามรสุมเศรษฐกิจ
• รง.การ์เม้นต์พ่ายพิษบาทแข็ง +ปิดกิจการแล้วกว่า 100 โรง/ส่งออกไตรมาสแรกต่ำสุดรอบ 20 ปี
• หวั่น “ยุบพรรค” ทำเศรษฐกิจช็อก สอท.ผวาบานปลาย ดับไม่ได้กู่ไม่กลับแน่
• พลังงานยันเอาอยู่ปัญหาราคาน้ำมัน
• ฟ้องศาลน้ำมันแพง ใครกำไรใครขาดทุน
• เมื่อรถไฟฟ้ากลายเป็นรถดีเซลราง
• พรุ่งนี้มีคำตอบ
• น้ำมันแพงฉุดเศรษฐกิจฟื้นจำกัด รอรัฐบาลหน้า-ประชาชนระทม
• คนไทยหนี้นอกระบบท่วมหัว เศรษฐกิจบักโกรกรายได้ไม่พอใช้ต้องกู้ซื้อสินค้ายังชีพ
• ภูฏาน-ดัชนีความสุขเริ่มหายไป
• บริษัทใหม่วูบ 20.76% - รับเหมาเจ๊ง
• พิษเศรษฐกิจคนไทยเงินขาดมือ
• รายได้ขาดมือเหตุก่อหนี้เพิ่ม หอการค้าไม่เครียด ให้คะแนนผลงานขิงแก่ 7:10
• คลังเพิ่มขาดดุลงบประมาณปี51 ชงขุนคลังเคาะ 4.5-5หมื่นล้าน งบลงทุนถูกโยกเป็นงบลับทหาร
• ระวังบ้านเมืองพัง ทรงเตือน คลี่วิกฤติยุบพรรค [25 พ.ค. 50 - 02:47]
• ฐานะการคลังส่อวิกฤต ยอมรับ 7 เดือนแรกปีงบ 50 ขาดดุลเงินสดกว่า 2.17 แสนล้านบาท
• เศรษฐกิจพอเพียง เพียงพอต่อการบริหารประเทศ จริงหรือ?

Friends